himalayanholidays@yahoo.com

02-2357583-4, 02-2357572

จันทร์-วันศุกร์ 09.00 - 18.00 น. / เสาร์ 09.00 - 14.00 น

TURKEY


WONDERFUL TURKEY

WONDERFUL TURKEY 9 DAYS

*** เที่ยวเมืองไฮไลท์ของประเทศตุรกี คัปปาโดเกีย และ อิสตัลบูล ***

 แกรนด์ตุรกี..9 วัน 

Wonderful Turkey

อัญมณีแห่งโลก..ดินแดนสองทวีป 

อิสตันบูล-ทรอย-คูซาดาซึ-เอฟิซุส-ปามุคคาเล่-คัปปาโดเกีย

 


กำหนดการเดินทาง
 : 7-15 กรกฎาคม / 11-19 สิงหาคม / 15-23 กันยายน / 20-28 ตุลาคม / 10-18 พฤศจิกายน / 2-10 ธันวาคม 2560

โดยสายการบิน TURKISH AIRLINES

อัตราค่าบริการ โปรแกรมวันเดอร์ฟูลตุรกี 9 วัน 6 คืน

กำหนดการเดินทาง

ผู้ใหญ่/ท่าน

ห้องละ 2-3 ท่าน

พักเดี่ยวเพิ่ม

7-15 ก.ค. 60

11-19 ส.ค. 60

15-23 ก.ย. 60

20-28 ต.ค. 60

10-18 พ.ย. 60

2-10 ธ.ค. 60

45,500.-  8,500.-

 

ผู้ใหญ่ (12ปีขึ้นไป) ขอสงวนสิทธิในการออกทัวร์กรณีมีผู้เดินทางไม่ถึง 15 ท่าน

**ราคาอาจมีการปรับขึ้น – ลง ตามราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นลง แต่จะปรับตามความเป็นจริงที่ สายการบินประกาศปรับ และที่มีเอกสารยืนยันเท่านั้น (คิด ณ วันที่ 23 ธันวาคม 58) **

 

 

GALLERY

PACKAGE DETAIL

  •   วันแรก ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (กรุงเทพฯ)-กรุงอิสตันบูล (ประเทศตุรกี)
    19.00 น.      
    พบกันที่ เคาน์เตอร์เช็คอิน S  ประตู 9 สายการบิน  เตอร์กิช แอร์ไลน์ TK  เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกทางด้านสัมภาระและเอกสารการเดินทางก่อนขึ้นเครื่อง...ท่านสามารถสะสมไมล์ในกลุ่มพันธมิตรสตาร์อะลิอันซ์ (Star Alliance) *กรุณาตรวจสอบจำนวนไมล์ที่จะได้รับ* (ROP สะสมไมล์ได้ 50%)
    23.30 น.         
    ออกเดินทางสู่ กรุงอิสตันบูล โดยสายการบิน เตอร์กิช แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK069 (บินตรง) บนเครื่องมีบริการอาหารและเครื่องดื่มบริการบนเครื่องตลอดการเดินทางสายการบินฯ มีบริการอาหาร 2 รอบ คือ อาหารค่ำ และ อาหารเช้า
    (บินตรงสู่ประเทศตุรกี...ใช้เวลาบิน 9 ชม.)

     

  •   วันที่สอง (ประเทศตุรกี) กรุงอิสตันบูล - เมืองชานัคคาเล่
    06.25 น.        
    ถึงสนามบินอตาเติร์ก กรุงอิสตันบูล  (Istanbul)  (เวลาท้องถิ่น) นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร(เวลาประเทศตุรกีช้ากว่าประเทศไทย 4 ชม.)
    07.30 น.           
    หลังจากผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและเจ้าหน้าที่ศุลกากรแล้ว …ให้ท่านได้ปฏิบัติภาระกิจส่วนตัวก่อนพาท่านสู่ภัตตาคารเพื่อรับประทานอาหารเช้า
    08.00 น.         
    รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคารอาหาร
    นำท่านชม เมือง “เมืองอิสตันบูล(Istanbul) เป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในประเทศตุรกี ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบบอสฟอรัส ซึ่งทำให้อิสตันบูลเป็นเมืองสำคัญเพียงเมืองเดียวในโลก ที่ตั้งอยู่ใน 2 ทวีป คือ ทวีปยุโรป (ฝั่ง Thrace ของบอสฟอรัส) และทวีปเอเชีย (ฝั่งอนาโตเลีย)
    นำท่านเข้าชม พระราชวังทอปกาปิ Topkapi Palace  สร้างในสมัยสุลต่านเมห์เมตที่ 2 หรือ เมห์เมตผู้พิชิต ภายหลังที่ทรงตีกรุงคอนสแตนติโนเปิล หรือ อิสตันบูลในปัจจุบันได้แล้ว ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะให้เมืองนี้เป็นศูนย์กลางของอาณาจักรออตโตมัน จึงโปรดให้มีการสร้างพระราชวังนี้ขึ้นเป็นที่ประทับอย่างถาวร พระราชวังทอปกาปึนี้มีอาณาบริเวณกว้างใหญ่กินเนื้อที่เกือบ 700,000 ตารางเมตร ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงตามแนวฝั่งทะเลมาร์มาร่า ซึ่งภายในพระราชวังทอปกาปึกลายเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่ใช้เก็บมหาสมบัติอันล้ำค่า อาทิเช่น เพชร 96 กะรัต กริชทองประดับมรกต เครื่องลายครามจากจีน หยก มรกต ทับทิม และเครื่องทรงของสุลต่านในแต่ละยุคสมัย
    นำท่านเข้าชม โบสถ์เซนต์โซเฟีย Mosque of Hagia Sophia เป็นศิลปะแบบไบแซนไทม์ ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ สร้างขึ้นสมัยจักรพรรดิคอนสแตนติน ของจักรวรรดิไบแซนไทม์ เดิมใช้เป็นโบสถ์คริสต์แต่หลังจากจักรวรรดิออตโตมันเข้ามาปกครองจึงได้ เปลี่ยนโบสถ์ดังกล่าวมาเป็นมัสยิด แต่ได้เปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติในสมัย เคมาล อะตาเติร์ก หลังจากที่เป็นโบสถ์ในศาสนาคริสต์เป็นเวลากว่า 916 ปี และเป็นมัสยิดของศาสนาอิสลามอีกกว่า 447 ปี ปัจจุบันเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมความงามและความยิ่งใหญ่ ภายในมีภาพประดับโมเสกทองที่สมบูรณ์บ่งบอกถึงความศรัทธาอันแรงกล้าของจักรพรรดิคอนสแตนตินที่มีต่อคริสต์ศาสนา
    13.00 น.       
    รับประทาน อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (พื้นเมือง)
    14.00 น.           
    นำท่านออกเดินทางสู่  เมืองชานัคคาเล่ (Canakkale)  ตั้งอยู่ริมทะเลมาร์มาร่าและติดกับทะเลอีเจียน ซึ่งมีชื่อเสียงในด้านการท่องเที่ยว เพราะว่ามีซากโบราณสถานที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยโรมันหลายแห่ง   ห่างจากอิสตันบูล ด้วยการเดินทางทางรถยนต์ประมาณ 4 ชั่วโมง ระหว่างทางท่านจะได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ที่สวยงามของขุนเขาสลับกับรถวิ่งชายทะเล ผ่านบ้านเรือนของบรรดาเหล่าเศรษฐี ปศุสัตว์ แปลงการเกษตร.... เมืองถึงท่าเรือ ณ เมืองอีเซียบัทแล้ว  นั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากทะเลมาร์มาร่า Sea of Marmara ชมทิวทัศน์ทั้งสองข้างและพระอาทิตย์ตก ณ ทะเลอีเจียน และขึ้นฝั่งที่ เมืองชานัคคาเล่ มีชื่อเดิมว่า BOGAZI หรือ HELLESPONT มีความยาว 65 กิโลเมตร ส่วนที่แคบที่สุดกว้าง 1.3 กิโลเมตร ตั้งอยู่บนจุดแคบที่สุดของช่องแคบดาร์ดาแนล บนฝั่งของ 2 ทะเลคือ มาร์มาราและอีเจี้ยน ทิศใต้ของเมืองเป็นที่ตั้งของกรุงทรอย นำท่านข้ามฟากสู่ เมืองชานัคคาเล่ Canakkale (ใช้เวลานั่งเรือ ประมาณ 45 นาที)
    ค่ำ               
    รับประทานอาหารค่ำแบบบุฟเฟต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม พักKolin Hotel, Canakale /ระดับ 5 ดาว หรือเทียบเท่า
  •   วันที่สาม เมืองชานัคคาเล่ - ม้าไม้แห่งกรุงทรอย – เมืองเพอร์กามัม- วิหารอะโครโปลิส – เมืองคูซาดาซึ
    07.00 น.         
    รับประทานอาหารเช้า แบบบุฟเฟต์ ณ โรงแรม
    08.00 น.           
    จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองทรอย (Troy) (ใช้เวลาเดินทาง 20 นาที) ชมเมือง ทรอย ที่มีชื่อเสียงมาแต่ในอดีตที่ถูกสร้าง ขึ้นมาประมาณ 4,000 ปีมาแล้ว ซึ่งในอดีตผู้คนส่วนมากคิดว่าเป็นนิยายที่แต่งขึ้นมาและนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ แต่ในศตวรรษที่19 ได้มีการขุดค้นและพบซากเมืองโบราณที่เป็นเมืองทรอยในอดีต นำท่านไปชมความสวยงามของม้าไม้ ที่เป็นต้นแบบ ซึ่งถูกนำมาใช้ในการทำสงครามและเหลือไว้เมื่อปี 1,000-700 ก่อนคริสตกาล
    ตำนานกรุงทรอย Troy  " สงครามเมืองทรอย และกลยุทธ์ม้าไม้บันลือโลก "ชม ม้าไม้แห่งกรุงทรอย Wooden Horse of Troy ม้าไม้แห่งกรุงทรอย สร้างขึ้น เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่หลงใหลในมหากาพย์อีเลียดได้เห็นด้วยตาของตนเองอีกด้วย“ม้าไม้เมืองทรอย” สงครามกรุงทรอย หรืออาจรู้จักกันในชื่อ สงครามม้าไม้ เป็นสงครามที่สำคัญตำนานของกรีก  และเป็นสงครามระหว่างกองทัพของชาวกรีกและกรุงทรอย หลังจากที่ปารีสแห่งทอยได้ลักพาตัวเฮเลนซึ่งเป็นภรรยาของเมนนิลิอัส กษัตริย์ของสปาร์ตาในขณะนั้น สงครามเมืองทรอยถูกเล่าผ่านงานเขียนที่สำคัญสองเรื่องของกรีก คืออีเลียดและโอดิสซีย์ โดยอีเลียดเล่าเรื่องราวตั้งแต่ปีที่สิบ จนถึงสิ้นสุดสงคราม ส่วนโอดิสซีย์เล่าเรื่องราวหลังจากสงครามจบสิ้นหลังจากสู้รบกันเป็นเวลาสิบปี กองทัพกรีกก็ได้คิดแผนการที่จะตีกรุงทรอย โดยการสร้างม้าไม้จำลองขนาดยักษ์ ที่เรียกว่าม้าไม้เมืองทรอย โดยทหารกรีกได้เข้าไปซ่อนตัวอยู่ในม้าโทรจัน แล้วก็ทำการเข็นไปไว้หน้ากรุงทรอย เหมือนเป็นของขวัญและสัญลักษณ์ว่าชาวกรีกยอมแพ้สงคราม และได้ถอยทัพออกห่างจากเมืองทรอย ชาวทรอยเมื่อเห็นม้าโทรจัน ก็ต่างยินดีว่ากองทัพกรีกได้ถอยทัพไปแล้ว ก็ทำการเข็นม้าโทรจันเข้ามาในเมือง แล้วทำการเฉลิมฉลองเป็นการใหญ่ เมื่อชาวทรอยนอนหลับกันหมด ทหารกรีกที่ซ่อนตัวอยู่ ก็ออกมาจากม้าโทรจัน แล้วทำการเปิดประตูเมืองให้กองทัพกรีกเข้ามาในเมือง แล้วก็สามารถยึดเมืองทรอยได้ ก่อนที่จะทำการเผาเมืองทรอยทิ้ง ซึ่งเป็นสาเหตุให้เหล่าเทพไม่พอใจ และทำการกลั่นแกล้งไม่ให้ชาวกรีกได้กลับบ้านเมืองอย่างปลอดภัย ซึ่งเป็นเรื่องราวที่เล่าอยู่ในโอดิสซีย์
    จากนั้นนำท่านออกเดินทางไปยังเมืองเพอร์กามัม (Pergamum) ตั้งอยู่ในบริเวณอะนาโตเลียห่างจากทะเลอีเจียนประมาณ 30 กม.ทางด้านเหนือของแม่น้ำไคซูส ซึ่งเป็นเมืองโบราณของกรีกที่มีความสำคัญของพวกเฮเลนนิสติกในราวปี 281-133 ก่อนคริสตกาลของราชวงศ์แอทตาลิด ซึ่งในปัจจุบันนี้มีเมืองเบอร์กามาตั้งอยู่ใกล้กับบริเวณนี้
    12.30 น.       
    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
    13.30 น.         
    นำท่านนั่งกระเช้าสู่ด้านบนของยอดเขาโรงละครที่ชันที่สุดในโลก ซึ่งจุผู้ชมได้ถึง 10,000 คน ชมซากโบราณสถานที่ยังคงความสวยงามของ อะโครโปลิส (Acropolis) ที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยที่พวกกรีกเข้ามาปกครองที่บริเวณนั้นและมีความเจริญรุ่งเรือง ที่เมืองเพอร์กามัม และถัดไปในจะเป็นบริเวณ วิหารเทพเจ้าซุส หรือ เซอุส ตั้งอยู่ซึ่งรูปปั้นเทพเจ้าซุสแห่งนี้ปัจจุบันนี้เหลือแต่ส่วนฐานเท่านั้น แท่นบูชาถูกนำไปเก็บในพิพิธภัณฑ์แปร์กามันที่กรุงเบอร์ลิน ในศตวรรษที่ 19
     
    15.30 น.           
    เดินทางสู่เมืองคูซาดาซึ (Kusadasi) ใช้เวลาในการเดินทาง 2.30 ชม. เมืองคูซาดาซึ แปลว่า “เกาะนก” ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของตุรกี ติดกับชายฝั่งทะเลอีเจียน เป็นท่าเรือสำคัญ เรือที่ล่องทะเลอีเจียนจอดที่คูซาดาซึเพื่อให้นักท่องเที่ยวไปเที่ยวเมืองเอเฟซุส นอกจากนี้ ยังเป็นเมืองตากอากาศและเล่นกีฬาทางน้ำที่นิยมแพร่หลาย ทั้งยังเป็นแหล่งช้อปปิ้งขึ้นชื่ออีกด้วย…จากนั้นเดินทางเข้าสู่ที่พัก
    ค่ำ               
    รับประทานอาหารค่ำแบบบุฟเฟต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม พัก  Grand Belish Hotel  5*  (Kusadasi)  หรือเทียบเท่า
  •   วันสี่ของการเดินทาง เมืองคัปปาโดเกีย – อิสตัลบูล
    07.00 น.         
    รับประทานอาหารเช้า แบบบุฟเฟต์ ณ โรงแรม
    08.00 น.       
    ท่านเดินทางสู่  บ้านพระแม่มารี (House Of The Virgin Mary) เล่ากันว่าพระแม่เสด็จมาเอฟิซุสกับนักบุญจอห์นในปี ค.ศ. 37 และ 48 และสิ้นพระชนม์ลงที่นี่ ปัจจุบันที่นี่ถูกเปลี่ยนเป็นโรงสวด ภายในมีรูปบูชาที่เล่าลือกันว่ามีอำนาจในการรักษาโรคได้ พวกชาวกรีกออร์โธด็อกซ์จะมาชุมนุมกันที่โรงสวดในวันที่ 15 สิงหาคม เพื่อฉลองเทศกาลพระแม่มารีเสด็จสู่สวรรค์ สำนักวาติกันถือว่าที่นี่เป็นอารามแห่งหนึ่งแวะชม ศูนย์ผลิตเสื้อหนังคุณภาพสูง ซึ่งตุรกีเป็นประเทศที่ผลิตหนังที่มีคุณภาพที่สุด อีกทั้งยังผลิตเสื้อหนังส่งให้กับแบรนด์ดังในอิตาลี เช่น Versace , Prada , Michael Kors อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าได้ตามอัธยาศัย
    จากนั้นนำท่าน ชมเมืองเอฟฟิซุส (City of Ephesus) เมืองโบราณที่มีการบำรุงรักษาไว้เป็นอย่างดีที่สุดเมืองหนึ่ง เคยเป็นที่อยู่ของชาวโยนก (Ionian) จากกรีก ซึ่งอพยพเข้ามาปักหลักสร้างเมืองขึ้นที่นี่เมื่อประมาณ 1,000 ปีก่อนคริสตกาล ต่อมาถูกรุกรานเข้ายึดครองโดยพวกเปอร์เซียและกษัตริย์อเล็กซานเดอร์มหาราชภายหลังเมื่อโรมันเข้าครอบครองก็ได้สถาปนาเอฟฟิซุส ขึ้นเป็นเมืองหลวงต่างจังหวัดของโรมัน นำท่านเดินบนถนนหินอ่อนผ่านใจกลางเมืองเก่าที่สองข้างทางเต็มไปด้วยซากสิ่งก่อสร้างเมื่อ สมัย 2,000 ปีที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโรงละครกลางแจ้งที่สามารถจุผู้ชมได้กว่า 30,000 คน ซึ่งยังคงใช้งานได้จนถึงปัจจุบันนี้ เช่น คอนเสิร์ตของฮูลิโอ อิงเกลเซียส นำท่านชมห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ (Roman Bath) ที่ยังคงเหลือร่องรอยของห้องอบไอน้ำให้เห็นอยู่จนถึงทุกวันนี้ ชมบ้านเศรษฐีในสมัยก่อนที่ประดับ ตกแต่งด้วยกระเบื้องหลากสีปูพื้นอย่างสวยงาม ห้องสมุดโบราณที่มีวิธีการเก็บรักษาหนังสือไว้ได้เป็นอย่างดีทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นศิลปะแบบเฮเลนนิสติคที่มีความอ่อนหวานและฝีมือประณีต
    13.00 น.       
    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
    14.00 น.           
    นำท่านเดินทางสู่ เมืองปามุคคาเล่ Pamukkale  (ระยะทางประมาณ 185 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 2.45 ชั่วโมง)
    ปามุคคาเล่ ถือเป็นความมหัศจรรย์พันลึกของธรรมชาติอย่างหนึ่ง ซึ่งเกิดจากธารน้ำแร่ร้อนที่ไหลมาจากภูเขาทางทิศเหนือ ผ่านมายังบริเวณนี้เป็นชั่วนาตาปีนับพันปี น้ำแร่ร้อนสายนี้มีส่วนผสมของแคลเซียมอ๊อกไซด์หรือแร่เกลือชนิดหนึ่งที่ผมเห็นแล้วก็อดนึกถึงดินสอพองในบ้านเราไม่ได้ น้ำแร่ที่นี่มีอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส เมื่อน้ำแร่เย็นตัวลงได้ตกผลึกเป็นสีขาวโพลนปกคลุมเขาทั้งลูก เมื่อมองไกลๆหลายคนที่ไม่รู้จักมาก่อนอาจนึกว่าเป็นภูเขาหิมะ.....เมืองที่มีน้ำพุเกลือแร่ร้อนไหลทะลุขึ้นมาจากใต้ดิน ผ่านซากปรักหักพังของเมืองเก่าแก่สมัยกรีก ก่อนที่จะไหลลงสู่หน้าผา ผลจากการไหลของน้ำพุเกลือแร่ร้อนนี้ได้ก่อให้เกิดทัศนียภาพของน้ำตกสีขาวเป็นชั้นๆ หลายชั้น และผลจาการแข็งตัวของแคลเซียมทำให้เกิดเป็นแก่งหินสีขาวราวหิมะขวางทางน้ำเป็นทางยาวซึ่งมีความงดงามมาก
    16.30 น.         
    นำท่านเดินทางถึงเมืองปามุคคาเล่ นำท่านชมปราสาทปุยฝ้าย Cotton Castle  มหัศจรรย์ ปราสาทปุยฝ้าย แห่งตุรกี เมืองแห่งน้ำพุเกลือแร่ร้อน ที่ซึ่งในอดีตกาลชาวโรมันเชื่อว่าน้ำพุร้อนดังกล่าวสามารถ รักษาโรคได้ จึงได้สร้าง
    เมืองโบราณ “ฮีราโพลีส”(Hierapolis) ตามตำนานกล่าวว่าสร้างขึ้นในราว 190 ปีก่อนคริสกาล ใกล้ๆกับธารน้ำแร่ที่เป็นต้นธารแห่งปามุคคาเล่ โดยพระเจ้า Eumenes ที่ 2 ในช่วงศตวรรษที่ 2-3 เมืองฮีราโพลีสเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด ก่อนจะล่มสลายในศตวรรษที่ 7 จากการโจมตีของอาหรับ..อิสระให้ท่านลงแช่งเท้า หรือ ถ่ายรูปตามอัธยาศัยจนถึงเวลานัดหมาย...จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักโรงแรม
     
     
     
    ค่ำ               
    รับประทานอาหารค่ำแบบบุฟเฟต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม พัก PAM THERMAL HOTEL 5*  (Pamukkale ) หรือเทียบเท่า

     

  •   วันที่ห้า เมืองปามุคคาเล่ – เมืองคอนย่า - พิพิธภัณฑ์เมฟลานา - เมืองคัปปาโดเกีย - ระบำหน้าท้อง Belly Dance
    06.30 น.         
    เมืองคอนย่า ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเซลจุคในช่วงปี ค.ศ.1071-1308 ซึ่งเป็นอาณาจักรแห่งแรกของชาวเติร์กในตุรกี หรือที่ยุคนั้นเรียก อนาโตเลีย เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของประเทศ รวมทั้งยังเป็นศูนย์กลางที่สำคัญของภูมิภาคแถบนี้อีกด้วย ท่านจะได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพที่งดงามตามธรรมชาติตลอดสองฝั่งทาง
    12.30 น.       
    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
    13.30 น.           
    นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์เมฟลานา (Mevlana Museum) หรือสำนักลมวน เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1231 โดยเมฟลานา เจลาเลดดิน รูบี ซึ่งเชื่อกันว่าชายคนนี้เป็นผู้วิเศษของศาสนาอิสลามหรือเรียกได้ว่าเป็นผู้ชักชวนคนที่นับถือศาสนาคริสต์ให้เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลามโดยมีพื้นฐานอยู่บนความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน ก่อตั้ง โดยเมฟลาน่า เจลาเลดดิน รูมี่ ผู้วิเศษในศาสนาอิสลาม ส่วนหนึ่งของ พิพิธภัณฑ์เมฟลาเป็นสุสานของ เมฟลานา เจลาเลดดิน รูมี Mevlana Celaleddin Rumi ภายนอกเป็นหอทรงกระบอกปลายแหลมสีเขียวสดใน ภายในประดับประดาฝาผนังแบบมุสลิม โดยใช้สีมากมายตระการตาซึ่งหาชมได้ยาก และยังเป็นสุสานสำหรับผู้ติดตาม สานุศิษย์ บิดา และบุตรของเมฟลาด้วย จากนั้นเดินทางต่อ ระหว่างทางนำท่านชม “คาราวานสไลน์” (Caravansarai) ที่พักแรมระหว่างทางของชาวเติร์กในสมัยออตโตมัน
    ออกเดินทางต่อสู่ เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia) (ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 4 ชม.) ซึ่งองค์การยูเนสโกได้ประกาศให้เป็นเมืองมรดกโลก ท่านจะได้ชมวิถีชีวิตตามชนบทและทัศนียภาพที่สวยงามของทุ่งหญ้าสลับกับภูเขารวมถึงท้องฟ้าสีสดใส
    เย็น                 
    รับประทานอาหารค่ำแบบบุฟเฟต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม พัก Avrasya Hotel  5* (Cappadocia ) หรือเทียบเท่า
  •   วันที่หก เมืองคัปปาโดเกีย - นครใต้ดินไคมัคลี - โรงงานทอพรม และ โรงงานเซรามิค - พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ - โบสถ์เซนต์บาร์บารา - บ้านพักของมนุษย์ถ้ำพื้นเมือง Local Cave House
    05.00 น.
    Option ทัวร์นั่งบอลลูน ค่าขึ้นบอลลูนประมาณท่านละ 210 ดอลล่าสหรัฐ
    ท่านที่สนใจนั่งบอลลูน พร้อมกัน ณ บริเวณล๊อบบี้ (ทัวร์นั่งบอลลูนนี้ไม่ได้รวมอยู่ในค่าทัวร์) เจ้าหน้าที่บริษัทบอลลูน รอรับท่าน เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ที่ไม่ควรพลาดท่านจะได้ชมความงดงามของเมืองคาปาโดเจีย ที่เป็นลักษณะของถ้ำที่เกิดจากการทับถมกันของลาวาภูเขาไฟเป็นพันๆปี ใช้เวลาอยู่บนบอลลูนประมาณ 1 ช.ม....หลังจากนั้น ท่านจะได้ใบประกาศนียบัตรที่รอมอบให้กับทุกท่านโดยกัปตันของท่านพร้อมดื่มแชมเปญร่วมกัน ซึ่งการนั่งบอลลูนที่ติดอันดับของโลกที่ท่านไม่ควรพลาด..กรุณาจองล่วงอย่างน้อย 3 วัน บริษัทตัวแทนผู้ให้บริการทัวร์บอลลูนในตุรกี มีประกันภัยให้กับทุกท่าน แต่สำหรับประกันภัยที่ทำจากเมืองไทย ไม่ครอบคลุมการขึ้นบอลลูน และเครื่องร่อนทุกประเภท ดังนั้นการเลือกซื้อ Optional Tour ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของท่าน…. (สำหรับท่านที่ไม่ได้ซื้อ ทัวร์ขึ้นบอลลูน อิสระพักผ่อนที่โรงแรมได้ตามอัธยาศัย)
    07.00 น.         
    รับประทานอาหารเช้า แบบบุฟเฟต์ ณ โรงแรม
    08.00  น.      
    นำท่านเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ Goreme Open Air Museum ซึ่งเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วงปี ค.ศ. 9 ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์ ก่อนที่ศาสนาคริสต์จะเผยแพร่ในคัปปาโดเกีย ผู้คนแถบนี้นับถือเทพเจ้ากรีก-โรมัน จนเมื่อประมาณกลางคริสต์สตวรรษที่ 1 เซนต์  ปอล เดินทางมาเผยแผ่ศาสนาคริสต์ในคัปปาโดเกีย แต่ดูเหมือนวาชาวโรมันผู้ปครองในยุคนั้นจะไม่ให้การยอมรับ ทำให้ผู้นับถือศาสนาคริสต์ในคัปปาโดเกียต้องหลบซ่อนการรังควานของโรมัน ด้วยการเจาะถ้ำขุดพื้นลงไปเป็นอุโมงค์ เกิดเป็นเมืองใต้ดินขึ้นมา และได้ขุดเจาะบริเวณเกอเรเม่ ทำให้เป็นโบสถ์ถ้ำจำนวนมาก กระทั่งในคริสต์ศตวรรษที่ 5-6 ชาวโรมันให้การยอมรับศาสนาคริสต์ สำหรับโบสถ์ถ้ำในเกอเรเม่ ว่ากันว่ามีมากถึง 365 หลังด้วยกัน (สร้างตามตามจำนวนวันใน 1 ปี) แต่ปัจจุบันเปิดให้ชมเพียงบางส่วนเท่านั้น นำท่านชมเข้าชม โบสถ์เซนต์บาร์บารา St. Barbar Church โบสถ์มังกร Snake Church และ โบสถ์แอปเปิ้ล Apple Church จากนั้นอิสระให้ท่านเดินชมถ้ำหินรูปทรงแปลกตา บางถ้ำเคยเป็นโบสถ์และสถานที่ทางศาสนาคริสต์ ได้ถ่ายรูปกับภูเขารูปทรงต่างๆ ได้ตามอัธยาศัย ..จนถึงเวลานัดหมาย พิเศษ!! เข้าชม บ้านพักของมนุษย์ถ้ำพื้นเมือง Local Cave House ของชาวพื้นเมือง Cappadocia พร้อมดื่มชา กาแฟ เนื่องจากธรรมเนียมของชาวเมืองตุรกี เมื่อมีผู้มาเยี่ยมเยียนก็จะมอบชา กาแฟ เป็น Welcome Drink เพื่อแสดงถึงน้ำใจและมิตรภาพระหว่างเพื่อนใหม่ จากนั้นอิสระให้ท่านได้ถ่ายภาพบ้านพื้นเมืองที่มีผู้คนอาศัยอยู่จริงๆ
    จากนั้นให้ท่านได้แวะชม โรงงานทอพรม และ โรงงานเซรามิค อิสระกับการเลือกซื้อสินค้าและของที่ระลึกได้ตามอัธยาศัย
    12.30 น.       
    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
    13.30 น.           
    นำท่านเมือง ชมเมืองคัปปาโดเกียขึ้นชมดินแดนที่มีภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์ซึ่งเกิดจากลาวาภูเขาไฟที่ไหลออกมาปกคลุมพื้นที่ เมื่อวันเวลาผ่านไป พายุ ลม ฝน ได้เป็นตัวแปรที่ก่อให้เกิดการแปรสภาพเป็นหุบเขา ร่องลึก เนินเขากรวยหินและเสารูปทรงต่างๆ ที่งดงาม …นำท่านเก็บภาพความสวยงาม ของเมืองคัปปาโดเกีย เช่น
    ชม Camel  Rock /ชม Mushrooms view
    ชม Hunting Village /ชม Uchisar
    นำท่านชมนครใต้ดินไคมัคลี (UNDERGROUND CITY OF KAYMAKLI) เกิดจากการขุดเจาะพื้นดินลึกลงไป 10 กว่าชั้น เพื่อใช้เป็นที่หลบภัยจากข้าศึกศัตรู  นครใต้ดินไคมัคลีมีชั้นล่างที่ลึกที่สุดลึกถึง 85 เมตร เมืองใต้ดินแห่งนี้มีครบเครื่องทุกอย่างทั้งห้องโถง ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องถนอมอาหาร ห้องครัว ห้องอาหาร โบสถ์ ทางหนีฉุกเฉิน พร้อมทั้งยังมีระบบระบายอากาศและสภาพวิถีชีวิตความเป็นอยู่ใต้ดินพร้อมสรรพฯลฯ
    นำท่านอิสระช้อปปิ้งกลางเมืองชิลๆๆ หรือเดินเล่น ถ่ายรูปเก็บภาพในเมืองตามอัธยาศัย จนถึงเวลานัดหมาย
    ค่ำ               
    รับประทานอาหารค่ำ พร้อม ชม การแสดงระบำหน้าท้อง Belly Dance อันเลื่องชื่อ พัก Avrasya Hotel  5* (Cappadocia ) หรือเทียบเท่า
  •   วันที่เจ็ด เมืองคัปปาโดเกีย - กรุงอิสตันบูล - อุโมงค์เก็บน้ำเยเรบาตัน– ช้อปปิ้งแกรนด์บาซ่า
    07.30 น.       
    รับประทานอาหารเช้า แบบบุฟเฟต์ ณ โรงแรม
    จากนั้นนำท่านเดินทางสู่สนามบินภายในประเทศ เนฟเฟียร์
    10.10 น.               
    ออกเดินทางสู่ กรุงอิสตันบูล โดย Turkish Airlines เที่ยวบินที่ TK 2007
    11.40 น.       
    เดินทางถึง สนามบิน กรุงอิสตันบูล (Istanbul) หลังตรวจรับสำภาระเรียบร้อยแล้วนำท่านสู่ภัตตาคารในเมือง“อิสตันบูล” เมืองที่นักท่องเที่ยว ใฝ่ฝันให้ได้มาเยือนสักครั้งในชีวิต เมืองที่ทั่วทั้งโลกต่างโจษจันในความสวยงาม เมืองที่ได้รับฉายาว่าเมือง 2 แผ่นดิน 3 อาณาจักร เมืองที่ถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในเมืองที่ต้องมาเยือนให้ได้สักครั้งก่อนตาย เมืองเอกแห่งศิลปะไบแซนไทน์ เพชรเม็ดงามแห่งจักรวรรดิออตโตมัน และทั้งหมดทั้งมวลนี้ คือ เศษเสี้ยวหนึ่งของนิยามเมือง ๆ นี้...อิสตันบูล
    13.00 น.       
    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารไทย (อาหารไทย)
    นำท่านชม สุเหร่าสีน้ำเงิน Blue Mosque ที่มาของชื่อสุเหร่าสีน้ำเงินเป็นเพราะเขาใช้กระเบื้องสีน้ำเงินในการตกแต่งภายใน ซึ่งทำเป็นลายดอกไม้ เช่น ดอกกุหลาบ คาร์เนชั่น ทิวลิป เอกลักษณ์เด่นอีกอย่างแต่อยู่ภายนอกคือ หอประกาศเชิญชวนเมื่อถึงเวลาที่จะต้องทำพิธีละหมาด Minaret 6 หอ เท่ากับสุเหร่าที่นครเมกกะ
    นำท่านชม ฮิปโปโดรม Hippodrome หรือ สนามแข่งม้าโบราณ  สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิ เซปติมิอุส เซเวรุส เพื่อใช้เป็นที่แสดงกิจกรรมต่าง ๆ ของชาวเมือง ต่อมาในสมัยของจักรพรรดิ เซปติมิอุส เซเวรุส เพื่อใช้เป็นที่จัดแสดงกิจกรรมต่าง ๆ ของชาวเมือง ต่อมาในสมัยของจักรพรรดิคอนสแตนติน ฮิปโปโดรมได้รับการขยายให้กว้างขึ้น ตรงกลางเป็นที่ตั้งแสดงประติมากรรมต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นศิลปะในยุคกรีกโบราณในสมัยออตโตมันสถานที่แห่งนี้ใช้เป็นที่จัดงานพิธี แต่ในปัจจุบันเหลือเพียงพื้นที่ลานด้านหน้ามัสยิดสุลต่านอะห์เมต ซึ่งเป็นที่ตั้งของเสาโอเบลิกส์ 3 ต้น คือ เสาที่สร้างในอียิปต์ เพื่อถวายแก่ฟาโรห์ตุตโมซิสที่ 3 ถูกนำกลับมาไว้ที่อิสตันบูล เสาต้นที่สอง คือ เสางู และเสาต้นที่สาม คือ เสาคอนสแตนตินที่ 7
    จากนั้นนำท่านชม “อุโมงค์เก็บน้ำเยเรบาตัน (Yerebatan Sarnici)”อัศจรรย์ ความยิ่งใหญ่ของสิ่งก่อสร้างของชาวโรมันในอดีต สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิจัสตินเนียนแห่งไบแซนไทน์ ในศตวรรษที่ 6 เพื่อเป็นที่เก็บน้ำสำหรับใช้ในพระราชวัง สำรองไว้ใช้ยามที่กรุงอิสตันบูลถูกข้าศึกปิดล้อมเมือง จุน้ำได้ทั้งหมด 80,000 ลูกบาศก์เมตร เสาส่วนใหญ่เป็นแบบไอออนิกและแบบคอรินเทียน ท่ามกลางแสงสลัว ที่นี่ดูขึมขลัง น่าทึ่งในแนวคิดและการก่อสร้าง เสาค้ำยันเรียงรายกว่าสามร้อยต้นนั้น เสาที่ใคร ๆ ก็ต้องไปดู คือ เสารูปดวงตา เขาว่าน้ำตาจากดวงตาเหล่านั้นเพื่อเหล่าทาสนับร้อยที่ตายในการก่อสร้าง และเสาอีก 2 ต้นที่ไม่ควรพลาดชม ได้แก่ เสาที่มีฐานเป็นหัวของเมดูซากลับหัว และเสาหัวเมดูซาตะแคงขวา อุโมงค์เก็บน้ำนี้ถูกลืมไปนานหลายศตวรรษ และมาพบโดยบังเอิญโดย Peter Gylius ชาวฝรั่งเศส ในปี 1545 ขณะที่เขาทำงานวิจัยไบแซนไทน์โบราณในเมือง แต่กว่าจะจัดการและเปิดให้เข้าชมได้ก็เมื่อปี 1987
    ตลาดแกรนด์บาซ่าร์ Grand Bazaar ตลาดเก่าแก่อายุกว่าห้าร้อยปีแห่งอิสตันบูล แกรนด์บาร์ซาร์ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ.1455 มีอายุประมาณกว่า 500 ปี มีความโดดเด่นทางสถาปัตยกรรม และความกว้างใหญ่ของตลาด ซึ่งมีร้านค้ากว่า 4,000 ร้าน มีถนน 65 เส้น เป็นแหล่งช็อปปิ้งที่เงินสะพัดมากๆ จึงไม่น่าแปลกใจที่ตลาดแห่งนี้จะเป็นแหล่งเศรษฐกิจที่สำคัญ และเป็นแลนด์มาร์คจุดศูนย์กลางแห่งกรุงอิสตันบูลเหตุผลหนึ่งอาจเป็นเพราะประเทศตุรกีตั้งอยู่ระหว่างทวีปยุโรปและทวีปเอเชีย ทำให้มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลกันเข้ามาจากทั้งสองฝั่ง บวกกับความหลากหลายของสินค้าที่มีให้เลือกสรรมากมายด้วยลักษณะเฉพาะของสินค้า และความเป็นตลาดที่ยังคงเก๋า โดยเปิดให้บริการทุกวันยกเว้นวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 9 โมงจนถึงหนึ่งทุ่ม…จนถึงเวลานัดหมาย
    เย็น                 
    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ..จากนั้นนำท่านสู่ที่พัก พัก Qua  Hotel  5* (Istanbul ) หรือเทียบเท่าระดับ 5 ดาว
     
  •   วันที่แปด กรุงอิสตันบูล- ล่องเรือบอสฟอรัส - พระราชวังโดลมาบาชเช่ - ช้อปปิ้งตลาดสไปซ์ กรุงเทพมหานคร
    07.00 น.       
    รับประทานอาหารเช้า แบบบุฟเฟต์ ณ โรงแรม
    08.00 น.       
    นำท่านเข้าชม พระราชวังโดลมาบาเช่ Dolmabahce Palace พระราชวังที่สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญอย่างสูงสุดทั้งทางวัฒนธรรมและทางวัตถุของจักรวรรดิออตโตมัน ซึ่งได้แผ่ขยายอำนาจออกไปอย่างกว้างขวาง พระราชวังแห่งนี้สร้างโดย สุลต่าน อับดุล เมอซิท ในปี ค.ศ. 1843 ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 12 ปี เพราะความที่สุลต่านทรงเป็นผู้คลั่งไคล้ยุโรปอย่างสุดขอบ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นศิลปะ วัฒนธรรม การดำรงชีวิต ตลอดจนการทหาร ล้วนคัดลอกมาจากตะวันตกทั้งสิ้น พระราชวังแห่งนี้ออกแบบโดยสถาปนิกคู่ใจชาวอาเมเนี่ยน ชื่อ บัลยัน เป็นศิลปะผสมผสานของยุโรปและตะวันออกที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม ภายนอกพระราชวังประดับตกแต่งด้วยสวนไม้ดอก รายล้อมพระราชวังซึ่งอยู่เหนืออ่าวเล็กๆ ของช่องแคบบอสฟอรัส ภายในประกอบด้วยห้องต่างๆ ตกแต่งด้วยโคมระย้า บันไดลูกกรง แก้วเจียระไน และโคมไฟมหึมาหนัก 4.5 ตัน ซึ่งแขวนไว้อย่างโดดเด่นในห้องท้องพระโรงใหญ่
    12.30 น.       
    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
    นำท่าน ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส Cruise Along the Bosphorus ให้ท่านได้ชมทิวทัศน์ทั้งสองข้างที่สวยงามตระการตา “ช่องแคบบอสฟอรัส” เป็นช่องแคบขนาดใหญ่และสองฝั่งมีความสวยงามมาก ช่องแคบนี้ทำหน้าที่เป็นเส้นแบ่งระหว่างยุโรป และเอเชีย เชื่อมระหว่าง ทะเลดำThe Black Sea เข้ากับ ทะเลมาร์มาร่า Sea of Marmara มีความยาว 32 กิโลเมตร ช่องแคบบอสฟอรัสยังเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่ง ในการป้องกันประเทศตุรกีอีกด้วย เพราะมีป้อมปืนตั้งเรียงรายอยู่ตามช่องแคบเหล่านี้
    นำท่านสู่ ตลาดสไปซ์ Spice Market หรือ ตลาดเครื่องเทศ ท่านสามารถเลือกซื้อของฝากได้ในราคาย่อมเยา ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับ ชาหรือกาแฟ รวมถึงผลไม้อบแห้งอันเลื่องชื่อของตุรกี อย่าง แอปปลิคอท หรือจะเป็นถั่วพิทาชิโอ ซึ่งมีให้เลือกซื้อมากมาย แนะนำว่าของที่ตลาดสไปซ์แห่งนี้ราคาไม่แพงเหมือนกับตลาดแกรนด์ บาร์ซาร์ ท่านสามารถเลือกซื้อได้โดยอาจจะมีต่อรองราคาเล็กน้อย
    19.00 น.         
    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัคตาคาร
    20.00 น.       
    นำท่าเดินทางสู่สนามบิน เพื่อเดินทางสู่กรุงเทพฯ
  •   วันที่เก้า กรุงเทพมหานคร
    01.35 น.       
    ออกเดินทางสู่ กรุงเทพมหานคร โดย Turkish Airlines เที่ยวบินที่ TK 64
    14.15 น.       
    เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ (กรุงเทพฯ) โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
     
  •   อัตราค่าบริการรวม

    - ค่าตั๋วเครื่องบินตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ชั้นนักท่องเที่ยว สายการบิน เตอร์กิช แอร์ไลน์(น้ำหนักกระเป๋าเดินทางไม่เกิน 20 กิโลกรัม/ท่าน)

    - ค่าภาษีสนามบิน, ค่าภาษีน้ำมัน, ค่าประกันภัยทางอากาศ, ค่าภาษีประเทศตุรกี
    - โรงแรม ที่พัก พร้อมอาหารเช้าบุฟเฟต์ อาหารตามที่ระบุในรายการตามรายการที่ระบุ
    - ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการที่ระบุ
    - ค่ารถโค้ช แอร์ ในการนำเที่ยวตามรายการ
    - ค่าประกันอุบัติเหตุ 1,000,000 บาท ( สำหรับอายุ 70 ปีขึ้นไป คุ้มครอง 50%)
    - ค่าน้ำระหว่างมื้ออาหารทุกมื้อ / น้ำดื่มบริการบนรถ วันละ 2 ขวด /ท่าน

    - ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น (3USD / ท่าน / วัน),คนขับรถ (2USD/ท่าน/วัน) (คิดเป็น 7 วัน รวมเท่ากับ 35 USD)

  •   อัตราค่าบริการไม่รวม

    - ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าซักรีด, โทรศัพท์,แฟกซ์, เครื่องดื่มมินิบาร์ และค่าใช้จ่ายอื่นๆที่ไม่ได้ระบุในรายการ

    - ค่าทิปหัวหน้าทัวร์  ขึ้นอยู่กับการบริการ
    - ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%     
    - ค่าน้ำหนักเกินพิกัด 20 กิโลกรัม ต่อท่าน
    - ทิปหัวหน้าทัวร์ไทยแล้วแต่ความประทับใจในบริการ
    - การให้ทิปตามธรรมเนียม ทางบริษัทฯมิได้มีผลประโยชน์ใดๆทั้งสิ้นขึ้นอยู่กับการพิจารณาของท่านเพื่อเป็นกำลังใจให้กับไกด์ และคนขับรถ
45,500 THB / Person
DOWNLOAD PDF

BOOKING TOUR

Adults

Children

* Prices for person

TIBET
7 วัน 6 คืน

ทิเบต หลังคาโลก

ลมหายใจแห่งภูผา...มนตราแห่งกงล้อภาวนา Highest Railway in the World ลาซา - รถไฟสายประวัติศาตร์ - ซีหนิง - หลันโจว
INDIA
8 วัน 6 คืน

Chaming รัฐราชาสถาน

รัฐราชาสถาน...ดินแดนฟ้าจรดทราย ท่องดินแดนมหาราชา....เยือน...เมืองโรแมนติกแห่งดินแดนโรตี แคว้นราชาสถานแห่งอินเดีย...กับอารยธรรมกลางทะเลทราย
INDIA
8 วัน 6 คืน

สังเวชนียสถาน อินเดีย-เนปาล

นำท่านจาริกธรรม บำเพ็ญบุญ ตามรอยบาทพระศาสดา ณ ประเทศอินเดีย-เนปาล นมัสการพุทธสังเวชนียสถานทั้ง 4 ประสูติ-ตรัสรู้-ปฐมเทศนา-ปรินิพพาน
NEPAL
5 วัน 4 คืน

ไฮไลท์...เนปาล...

กาฐมัณฑุ-ปาทัน(ลลิตาปูร์)-ปัคตาปูร์-นากาก๊อต-โภครา “เนปาลดินแดนในฝัน ที่งดงามด้วยต้นแบบศิลปะและวัฒนธรรมที่งดงามอีกทั้งเอกลักษณ์ที่โดดเด่นชัดเจน สถาปัตยกรรมไม้ที่สืบทอดนับพันปี และวิถีชีวิตที่ยังคงความดั้งเดิม ”