himalayanholidays@yahoo.com

02-2357583-4, 02-2357572

จันทร์-วันศุกร์ 09.00 - 18.00 น. / เสาร์ 09.00 - 14.00 น

INDIA


LOVER KASHMIR TAJMAHAL

LOVER...KASHMIR TAJMAHAL

เดลลี-ศรีนาคา-พาฮาลแกม-กุลมาร์ค-โซนามาร์ค
แคชเมียร์” สัมผัสกับดินแดนสวรรค์บนพื้นพิภพ มงกุฎเพชรแห่งอินเดียที่สวยที่สุดในโลก เปรียบประดุจสวรรค์บนโลกมนุษย์ แคชเมียร์อยู่กลางอ้อมกอดของเทือกเขาหิมาลัย สัมผัสกับทุ่งราบผืนใหญ่ในอ้อมกอดหิมาลัย ตระการตากับดอกไม้นานาพรรณ  ชมความงามของ กุลมาร์ค & โซนามาร์ค ที่มีทุ่งหญ้าเขียวขจีและเทือกเขาหิมะรายรอบ  นั่ง เรือซิคาร่าล่องทะเลสาบ ที่สวยใสดุจกระจกสะท้อนความงามของท้องฟ้ากลางเทือกเขาหิมาลัย.....
โดยสายการบินสไปท์เจ็ท SG
 
อัตราค่าบริการ  เนื่องจากเป็นตั๋วราคาพิเศษจึงไม่สามารถ REFUND ได้ทุกกรณี
 

กำหนดเดินทาง

ผู้ใหญ่/ท่าน
(ห้องละ2-3 ท่าน)

พักเดี่ยวเพิ่ม

25-30 กรกฎาคม 2560

25-30 สิงหาคม 2560

8-13, 22-27 กันยายน 2560

29,900.-

 4,000.- 

10-15 สิงหาคม 2560 (วันแม่แห่งชาติ) 29,900.-  4,000.-

*ผู้ใหญ่ (12 ปี ขึ้นไป) ขอสงวนสิทธิ์ในการออกทัวร์กรณีมีผู้เดินทางไม่ถึง 16 + ท่าน

 

GALLERY

PACKAGE DETAIL

  •   วันที่หนึ่ง กรุงเทพฯ - เดลลี (ประเทศอินเดีย)
    01.00 น. 
    คณะพร้อมกันที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น 4  ประตู 3 เคาน์เตอร์ สายการบิน SPICEJET (SG)โดยเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้ความสะดวกแก่ท่าน
    กระเป๋าเล็กถือติดตัวขึ้นเครื่องบิน
    -กรุณางดนำของมีคม ทุกชนิด เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บทุกขนาด ตะไบเล็บ เป็นต้น กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ห้ามนำติดตัวขึ้นเครื่องบิน
    -วัตถุที่เป็นลักษณะของเหลว อาทิ ครีม โลชั่น น้ำหอม ยาสีฟัน เจล สเปรย์ และเหล้าเป็นต้น จะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะอนุญาตให้ไม่เกิน 10 ชิ้น ในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100 ml.
    (แนะนำให้โหลดของที่ไม่จำเป็นลงใต้ท้องเครื่อง เพราะเจ้าหน้าที่อินเดียตรวจค่อนข้างละเอียด เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา แนะนำให้ถือเฉพาะกระเป๋าถือขนาดเล็กและของมีค่าขึ้นเครื่องเท่านั้น)
    03.50 น. 
    เหินฟ้า สู่เมืองเดลลี (New Delhi) ประเทศอินเดีย (India) โดยสายการบินSPICEJET (SG)เที่ยวบินที่ SG88
    (ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง)
    **หมายเหตุ** สายการบิน SPICEJET ไม่มีบริการอาหาร
    (เวลาที่อินเดียช้ากว่าประเทศไทย 1.30 ชั่วโมง) 
    06.25 น.
    ถึงท่าอากาศยานนานาชาติอินทิราคานธีร์ เมืองเดลลี(New Delhi)ตามเวลาท้องถิ่นผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและตรวจรับสัมภาระออกเดินทางเข้าสู่อาคารผู้โดยสารภายในประเทศเพื่อต่อเครื่องเข้าสู่เมืองศรีนาคา( แคชเมียร์ )
    เช้า
    บริการข้าวเหนียวหมูทอด ระหว่างรอเช็คอิน                                                                                                 
    08.30 น.
    นำท่านเช็คอิน เพื่อเดินทางสู่แคชเมียร์
    10.45 น.
    เหินฟ้าสู่ เมืองศรีนาคา (Srinagar) เมืองหลวงของแคว้นจามมู (Jammu) และ แคชเมียร์ (Kashmir) โดยสายการบินSPICEJET (SG)เที่ยวบินที่ SG937   (ใช้เวลาบินประมาณ 1 ชั่วโมง)
    12.05 น.
    เดินทางถึงสนามบินศรีนาคา (Srinagar) ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและพร้อมรับสัมภาระแล้วนำท่านเดินทางสู่พาฮาลแกม โดยขบวนรถจี๊บ(4-5 ท่าน/คัน)
    เที่ยง
    บริการอาหารกลางวัน  ณ ภัตตาคาร
    จากนั้น  นำท่านเดินทางสู่พาฮาลแกม ออกเดินทางจากศรีนาคาสู่ หมู่บ้านพาฮาแกม (Pahalgam)  หรือหุบเขาแกะ แห่งแคชเมียร์เดิมเป็นหมู่บ้านของคนเลี้ยงแกะ อยู่ห่างจากศรีนาการ์ออกไปอีก 90 กิโลเมตร เป็นสถานที่ที่ภาพยนตร์นิยมมาถ่ายทำกันที่นี่ ได้รับการขนานนามว่าเป็นเหมือน “สวิตเซอร์แลนด์” พาฮาลแกม คือในช่วงฤดูหนาวจะมีแต่หิมะปกคลุม อากาศหนาวเย็น น้ำในลำธารเย็นเฉียบ แม่น้ำสายย่อยๆจะบรรจบรวมกันเป็น “แม่น้ำลิดดาร์” (Liddar) เป็นแม่น้ำสายสำคัญในพาฮาลแกม นอกจากนี้ยังมีร้านค้าต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านขายเสื้อผ้าและสินค้าต่างๆโดยเฉพาะ หญ้าฝรั่น (Saffron) มีสรรพคุณลดโคเลสเตอรอลในร่างกาย มีขายอยู่ทั่วไปทั่วทั้งแคชเมียร์แต่ที่พาฮาลแกมคือแหล่งปลูกหญ้าฝรั่นที่ใหญ่ที่สุด มีคุณภาพดีกว่าที่อื่นนอกจากนี้ยังสามารถทำกิจกรรม ปิกนิก ตกปลา ขี่ม้าชมวิวรอบภูเขาหมู่บ้านที่อยู่บนที่มีความสูง 2,130 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล(ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง)  ...
    ระหว่างทาง  ชมแวะจอดรถถ่ายรูปกับวิวทิวทัศน์ที่งดงามสุดที่หยุดกดชัตเตอร์เลยทีเดียว.. …และสองข้างทางท่านจะผ่านพบวิถีชีวิตของชาวแคชเมียร์ที่หลากหลาย เช่นหมู่บ้านที่ทำ ครกหิน หมู่บ้านที่ทำไม้แบดสำหรับกีฬาคลิกเก็ต ที่เราจะพบเห็นชาวแคชเมียร์เล่นกีฬาประเภทนี้ได้ตามสนามทั่วไปไม้แบดนี้ทำมาจากต้นหลิว (Willow Tree) ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปทั้งในและนอกเมือง แต่จะพบเห็นได้มาก นอกจากนี้ จะได้เห็นทุ่งโล่งๆ ซึ่งในฤดูใบไม้ร่วงประมาณเดือนตุลาคม ท้องทุ่งแห่งนี้เป็นแหล่งปลูกหญ้าฝรั้น หรือ Saffron ที่ใหญ่ที่สุด ลักษณะดอกจะเป็นสีม่วง ว่ากันว่าเกสรของหญ้า ฝรั้นมีสรรพคุณในการช่วยลดคลอเรสเตอรอลได้ดีตลอดสองข้างทางชมทิวทัศน์ที่สวยงาม
    บ่าย
    นำท่านอิสระชมเมืองพาฮาลแกม (Pahalgam) ที่นี่ คือ ดินแดนสรวงสวรรค์ของแคชเมียร์ นักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศต่างยกย่องให้ ดินแดนแห่งนี้เป็นสถานที่ที่สวยที่สุดในโลก ซึ่งหากคุณยังไม่เชื่อก็ต้องมาพิสูจน์ด้วยตัวเองเท่านั้น……คำว่า พาฮาลแกม หมายถึง หมู่บ้านของคนเลี้ยงแกะ (Village of Shepherds) หรือ หุบเขาแกะและด้วยทัศนียภาพอันงดงามจนน่าทึ่งของพาฮาลแกม....ดินแดนแห่งนี้ได้รับความสนใจจากนักสร้างภาพยนตร์ จนกลายเป็นสถานที่มีชื่อเสียง ที่สุดของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของอินเดีย
    กิจกรรมเด่นพิเศษแนะนำ สุนกสนามกับการขี่ม้าชมหุบเขาพาฮาลแกม (Pahalgam) (ค่าม้าไม่รวมในรายการทัวร์ การขี่ม้าจะใช้เวลาไป-กลับประมาณ 1-2 ชั่วโมง
    หรือเลือกเดินเล่นซื้อสินค้าพื้นเมืองไม่มว่าจะเป็นผ้าพัชมีน่า เปเปอร์มาเช่  ชุดพื้นเมือง  เครื่องประดับฯลฯ อิสระตามอัธยาศัย นัดเวลาทานอาหารเย็น
    ....ที่นี่ คือ ดินแดนสรวงสวรรค์ของแคชเมียร์นักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศต่างยกย่องให้ ดินแดนแห่งนี้เป็นสถานที่ที่สวยที่สุดในโลก ซึ่งหากคุณยังไม่เชื่อก็ต้องมาพิสูจน์ด้วยตัวเองเท่านั้น....
     ค่ำ
    บริการอาหารเย็น ณ โรงแรม
    ที่พักโรงแรม Hotel Hill top( หรือเทียบเท่า ) อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย
     
     

     

  •   วันที่สอง พาฮาแกม - หุบกุลมาร์ค - ศรีนาคา
    07.00 น.
    บริการอาหารเช้า ณ โรงแรมเรือ
    08.00 น.
    ออกเดินทางโดยรถจิ๊บสู่ กุลมาร์ค (Gulmarg) (คันละ 4-5 ท่าน) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 -3 ชั่วโมง กุลมาร์ค(Gulmarg) สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตในแคชเมียร์ ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก
    เป็นภูเขาที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในแคชเมียร์ “กุลมาร์ค”เดิมเรียกเการิมาร์ค ตั้งโดยสุลต่าน ยูซุปชาร์ ในศตวรรษที่ 16 เนื่องจากที่นี่เป็นทุ่งหญ้าที่เต็มไปด้วยดอกไม้ป่าตามฤดูกาล และในปัจจุบันยังเป็นสถานที่ตั้งของสนามกอล์ฟ 18 หลุมที่สูงที่สุดในโลก (3,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล) และมีสถานที่เล่นสกีในฤดูหนาวด้วย ตลอดเส้นทางสู่กุลมาร์คจะผ่านทุ่งนาข้าว หมู่บ้านชาวพื้นเมือง ฝูงแกะตามภูเขา และเทือกเขาหิมะสลับซับซ้อนสวยงาม ชาวแคชเมียร์กล่าวขานว่าทุ่งหญ้าแห่งดอกไม้ เป็นเส้นทางที่มุ่งสู่ชายแดนปากีสถาน กุลมาร์คเป็นแหล่งท่องเที่ยวในฤดูหนาว มีระดับความสูง 2,730 เมตร จากระดับน้ำทะเล   ในช่วงฤดูร้อนที่นี่จะเป็นที่ตั้งของสนามกอล์ฟที่สูงที่สุดในโลก โดยรอบท่านจะได้พบเห็นกระท่อมรูปทรงแบบในเทพนิยาย และมีป่าสนเป็นฉากหลัง  ที่นี่ยังสถานเป็นที่ถ่ายทำภาพยนตร์อีกด้วย…… 
     
    เที่ยง
    บริการอาหารกลางวัน  ณ โรงแรม
    13.00 น.
    ไฮไลท์ของกิจกรรมและการท่องเที่ยวที่กุลมาร์ค นำท่านขึ้นเคเบิลคาร์เฟส 1 (กระเช้าลอยฟ้าหรือกอนโดลา) ขึ้นกระเช้ากอนโดล่าเป็นเคเบิลคาร์ไปเฟส1 ระหว่างทางท่านจะได้เห็นวิวของหิมะที่สวยงามพบเห็นหมู่บ้านยิปซี  และหมู่บ้านของคนท้องถิ่น มองลงไปข้างล่างต้นสนระหว่างทางและหิมะที่สวยงามมาก เห็นวิวทิวเขาของเทีอกเขาหิมาลัยเมื่อถึงสถานีลงจากกระเช้าแล้ว ท่านจะพบลานหิมะขนาดใหญ่...อิสระให้ท่าน ถ่ายภาพคู่กับภูเขาหิมะ สวยงามรอบทิศทาง หากฟ้าเปิดสามารถมองเห็นยอดเขา K2 ที่สูงเป็นอันดับสองรองจากยอดเขาเอเวอร์เรส....ถ่ายรูป และเล่นกิจกรรมต่างๆในบริเวณนี้...สนุกสนานกับกิจกรรมนั่งเลื่อนหิมะหรือสกีได้ระหว่างฤดูใบไม้ผลิ มี.ค.-เม.ย. "กุลมาร์ค." เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก  และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนุ่งที่คุณไม่ควรพลาด…
    ฤดูการท่องเที่ยวที่สวยงาม : ในฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนในแคชเมียร์ (เดือนเมษายน-กันยายน) จะมีชื่อเสียงในเรื่องของดอกไม้และสวนสวย เดือนพฤษภาคม - กรกฏาคม ชมบรรยากาศของทุ่งหญ้าที่เขียวขจี ทุ่งดอกไม้ป่าที่ตัดกับภูเขาหิมะ
    รายการเสริม...สำหรับบางท่านต้องการไปอีกจุดชมวิวท่านสามารถขึ้นกระเช้าไปยัง เฟสที่K2 ได้ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ และความปลอดภัยเป็นสำคัญ เฟสที่K2ไม่เหมาะสำหรับท่านที่มีสุขภาพไม่แข็งแรง หรือมีโรคประจำตัวเนื่องจาก K2 จะมีสภาพอากาศที่เบาบางกว่าปกติ
    ............... จนถึงเวลานัดหมายนำท่านเดินทางกลับสู่เมืองศรีนาคาตามเส้นทางเดิม........
    นำท่านล่องเรือสินาคา(เรือพายแบบแคชเมียร์)ชมความงดงามทะเลสาบ ให้ท่านได้ชื่นชมทัศนียภาพของเทือกเขาหิมะที่ล้อมรอบ ชมวิถีชีวิตชาวบ้านริมน้ำ (ใช้เวลาในการล่องเรือประมาณ 1 ชม.) รอบทะเลสาบ นกนานาชนิด พืชดอกไม้น้ำ ทะเลสาบใสสวยงาม สัมผัสวิถีชีวิตของผู้คนในทะเลสาบดาล เป็นชีวิตที่คู่กับสายน้ำอันเงียบสงบ โดยมีเรือเป็นพาหนะสำคัญของการสัญจรในทะเลสาบกว้างใหญ่ แต่งแต้มสีสันด้วยสวนผักลอยน้ำ และตลาดน้ำยามเช้าที่มีชีวิตชีวาพอดู ชีวิตของชาวแคชเมียร์จึงดำเนินไปไม่แตกต่างชาวเอเชียอื่น ๆ ที่มีแม่น้ำ ลำคลอง เป็นเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงชีวิต และท่านจะเพลินเพลินกับการ เลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองของชาวแคชเมียร์ที่นำของมาขายให้ท่านได้เลือกซื้อในราคาตามความสามารถได้เวลาสมควรพายเรือกลับที่พัก .....
    เย็น
    บริการอาหารเย็น ณ โรงแรมบ้านเรือ อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย
    ที่พักโรงแรมเรือ DELUXE HOUSE BOAT อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย
     
     

     

     

  •   วันที่สาม (แคชเมียร์) ศรีนาคา - โซนามาร์ค - ศรีนาคา
    07.00 น.
    บริการอาหารเช้า ณ โรงแรมบ้านเรือ
    08.00 น.
    นำท่านเดินทางสู่ โซนามาร์ค (Sonamarg) (ประมาณ 3 ชั่วโมง) อ้อมกอดหิมาลัยที่โซนามาร์คท้องทุ่งแห่งทองคำ Meadow of gold แห่งแคชเมียร์ สูงกว่าระดับน้ำทะเล 2,740 เมตร เป็นแหล่งท่องเที่ยวอันมีวิวทิวทัศน์อันสวยงาม อยู่บนเส้นทางระหว่างเมืองศรีนาคากับเมืองเลห์ ในบริเวณหุบเขาโซนามาร์กนี้มีธารน้ำแข็งสีขาวบริสุทธิ์ที่ปกคลุมอยู่ตามลาดไหล่เขา อีกทั้งเทือกเขาหิมะที่สะท้อนแสงแดดเป็นประกายสีทอง จึงเป็นที่มาของชื่อ โซนามาร์ค และยังมีเทือกเขาหิมาลัยเป็นฉากหลัง ที่เรียกขานตามท้องถิ่นว่า ทาจิวาส ภูเขาซึ่งปกคลุมไปด้วยหิมะตลอดปี มีแม่น้ำสินธุ ลดเลี้ยวผ่านหุบเขาในอีกฟากของถนน “โซนามาร์ค” เป็นสถานีเริ่มต้นที่จะมุ่งหน้าไปยังลาดัคห์ หรือเป็นรู้จักกันดีในชื่อว่า “ประตูสู่ลาดัคห์” เส้นทางนี้จะเป็นเส้นทางที่มีทิวทัศน์สวยงาม ตลอดสองข้างทาง ยังมี “ธารน้ำแข็งกราเซีย” (Thajiwas Glacier) ที่เกิดจากการทับถมของหิมะมายาวนาน ละลายเป็นธารน้ำแข็งตามแนวเขา....ตลอดเส้นทางจึงเป็นเส้นทางที่ให้ขับรถไปถ่ายรูปไป...เลยทีเดียว 
    เที่ยง
    บริการอาหารกลางวัน แบบปิกนิก  กลางภูเขาหิมะ ชมวิวที่กว้างไกลชนิดกล้องเก็บไม่หมด
    บ่าย
    นำท่านเที่ยว ชม กราเซียน้ำแข็งโซนามาร์คอิสระเดินชมธรรมชาติสัมผัสอากาศสบายๆ ชมวิวภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะและสองฟากฝั่งถนนที่เต็มไปด้วยธารน้ำแข็ง ถนนบางช่วงต้องตัดผ่านช่องน้ำแข็งขนาดใหญ่ ที่นี่จะมีกิจกรรมแบบแคชเมียร์ให้ท่านได้ลองหาประสบการณ์ (ในช่วงฤดูหนาวธ.ค. – เม.ย.) 
    โปรแกรมแนะนำ ...ท่านที่หลงใหลในธรรมชาติ สามารถขี่ม้าชมความงามของกลาเซียร์อย่างไกล้ชิดมากขึ้น หรือ สนุกการนั่งค่าขี่ม้า 500-600 รูปี (ไม่รวมในค่าทัวร์ โปรดสอบถามรายละเอียดจากหัวหน้าทัวร์) ได้เวลาพอสมควรเดินทางกลับสู่ศรีนาคา
    นำท่านเดินทางไป สวนโมกุล (Mughal Gardens) สวนสวรรค์แห่งดอกไม้ ช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน ดอกไม้เมืองหนาวออกดอกชูช่ออย่างสวยงาม สวนโมกุล ได้แบ่งออกเป็นส่วนๆ 3 ส่วน ซึ่งภายในสวนมีการประดับตกแต่งในแบบสไตล์สวนเปอร์เซีย ซึ่งประกอบไปด้วย สระน้ำ ลำธารและแปลงไม้ดอก
    ชมสวนนิชาท (Nishat) เป็นสวนที่ใหญ่ที่สุด มีต้นเมเปิลอายุกว่า 400 ปี ต้นปอปลาร์ ต้นทิวลิป และดอกไม้นานาชนิดตามฤดูกาล ตั้งอยู่ริมทะเลสาบดาล มีภูเขา Zabarwan ซึ่งตั้งเป็นฉากหลัง 
    ชม สวนชาลิมาร์ (Shalimar Garden) เป็นสวนดอกไม้ที่สร้างขึ้นสมัยราชวงศ์โมกุล ก่อสร้างโดยจักรพรรดิ JEHANGIR เพื่อภรรยา Nur Jehan และเมืองศรีนาคา แคชเมียร์ เป็นที่มีชื่อเสียงในการจัดสวนตามแบบสมัยของราชวงศ์โมกุล เนื่องจากภูมิอากาศเย็นเหมาะสมในการเจริญเติบโตของต้นไม้ ดอกไม้เมืองหนาว จึงกลายเป็นที่ประทับพักผ่อนของกษัตริย์ราชวงศ์โมกุลในอดีต ชมต้นเมเปิลอายุกว่า 400 ปี ต้นปอปลาร์ ดอกทิวลิป และดอกไม้นานาชนิดตามฤดูกาล
    ฤดูการท่องเที่ยวที่สวยงาม : ในฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนในแคชเมียร์ (เดือนเมษายน-กันยายน) จะมีชื่อเสียงในเรื่องของดอกไม้และสวนสวย โดยสวนที่มีชื่อเสียงมากได้แก่ สวนโมกุล ที่สร้างในสมัยของราชวงศ์โมกุลแทบทั้งสิ้น สำหรับต้นไม้ที่มีความสวยงามและโดดเด่น คือ ต้นชีน่า หรือต้นเมเปิ้ล ซึ่งใบของต้นไม้นี้มีสีแดงเพลิงสวยงาม และใบจะเปลี่ยนสีไปตามฤดูกาล
    จากนั้น  นำท่านชมโรงงานพรมเปอร์เซีย สมควรแก่เวลานำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ โรงแรมลอยน้ำ ชื่นชมทัศนียภาพของเทือกเขาที่ล้อมรอบทะเลสาบเมืองศรีนาคา ได้เวลาอันสมควรนำท่านสู่บ้านเรือในทะเลสาบ ในเมืองศรีนาคาบ้านเรือนี้ถือกำเนิดจากสมัยที่เจ้าผู้ครองแคว้นแคชเมียร์ยังครองอำนาจกับ อังกฤษที่เข้ามาปกครองอินเดีย และไม่อนุญาตให้อังกฤษมีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน คนอังกฤษจึงหาทางออกด้วยการสร้างบ้านเรือลอยลำอยู่ในทะเลสาบแทน
    ค่ำ
    บริการอาหารเย็น ณ โรงแรมบ้านเรือ...
    ที่พักโรงแรมเรือ DELUXE HOUSE BOAT อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย
     
  •   วันที่สี่ (แคชเมียร์) ศรีนาคา - เดลลี - กรุงเทพ
    08.00 น.
    บริการอาหารเช้า ณ โรงแรมบ้านเรือ
    09.00 น.
    นำท่านชมจามามัสยิด “Jama Masjid” ซึ่งสร้างเป็นครั้งแรกสมัยสุลต่านสิคานเดอร์ และบูรณะต่อมาอีกหลายสมัย เป็นมัสยิดที่สร้างด้วยรูปแบบของสถาปัตยกรรมแบบจีนและเนปาล ด้วยหลังคาทรงสี่เหลี่ยม ภายในมีเสาที่ตัดจากต้นซีดาลทั้งต้นกว่า 300 ต้น ได้เวลาสมควรก่อนกลับที่พัก 
    11.00 น.
    บริการอาหารกลางวัน ณ โรงแรมบ้านเรือ
    จากนั้น นำท่านเดินทางสู่สนามบินภายในประเทศเพื่อเดินทางกลับสู่เมืองเดลลี
    14.40 น.
    เหินฟ้าสู่เมืองเดลลี (New Delhi) โดยสายการบินSPICEJET (SG)เที่ยวบินที่ SG144
    16.50 น.
    ถึง เมืองเดลลี (New Delhi) รับกระเป๋าสัมภาระ
    จากนั้น เดินทางสู่ เมืองอัคระ (ระยะทาง 203 กิโลเมตรเดินทางประมาณ 4 - 5 ชั่วโมง แล้วแต่สภาพการจราจร) อัคระอดีตเมืองหลวงของอินเดียในสมัยที่ยังเรียกว่า "ฮินดูสถาน" (Hindustan) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำยมนา (Yamuna) ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย ถึงอัคระ นำท่านเข้าสู่ที่พัก
    ค่ำ
    บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย
    ที่พัก ณ HOTEL Sarovar Premier  หรือเทียบเท่า 
  •   วันที่ห้า อัคระ - เดลลี เดลลี - กรุงเทพฯ
    07.00 น.
    บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม
    08.00 น.
    นำท่านชม ทัชมาฮาล (Taj Mahal) ทัชมาฮาล เมืองอัคราประเทศอินเดีย สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง  สุสานหินอ่อนที่ผู้คนเชื่อว่าเป็นสถาปัตยกรรมแห่งความรักที่สวยที่สุดในโลกสร้างขึ้นโดยสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโมกุลผู้มีรักมั่นคงต่อพระมเหสีของพระองค์ ...ทัชมาฮาลถูกพิจารณาให้เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคใหม่ ซึ่งตั้งอยู่ในสวนริมฝั่งแม่น้ำยมุนา ในเมืองอาครา ส่วนที่มีชื่อเสียงที่สุด คือ หลุมศพของพระนางมุมตัซ มาฮาล ซึ่งถูกสร้างด้วยหินอ่อนสีขาว ศิลาแลง ประดับลวดลายเครื่องเพชร พลอย หิน โมราและเครื่องประดับจากมิตรประเทศ ได้รับคำรับรองว่าสร้างขึ้นด้วยสัดส่วนที่วิจิตรและงดงามที่สุด กว้างยาวด้านละ 100 เมตร สูง 60 เมตร มีผู้สร้างและออกแบบร่วม 20,000 คน การก่อสร้างกินเวลานานถึง 22 ปี ทัชมาฮาลมีเนื้อที่ประมาณ 42 เอเคอร์ เป็นที่ตั้งของมัสยิด มีหออาซาน (หอสูงสำหรับร้องแจ้งเวลาทำนมาซ) และมีสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ นายช่างที่ออกแบบ ชื่อ อุสตาด ไอซา ถูกประหารชีวิตเพื่อมิให้ไปออกแบบสถาปัตยกรรมใด ๆ ที่สวยกว่าได้

    ชมพระราชวังอัคราฟอร์ด (Agra fort) เป็นป้อมปราการประจำเมืองซึ่งสร้างเป็นกำแพงหินทรายสีแดง ตั้งตระหง่านสวยงาม ด้วยสถาปัตยกรรมแบบอัครา พระเจ้าอัคบาร์สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1565 และสร้างต่อเติมกันเรื่อยมาจนถึงรุ่นหลานคือ พระเจ้าชาร์เจฮาน กษัตริย์องค์ที่ 5 ของราชวงศ์โมกุล ซึ่งปรับเปลี่ยนจากป้อมปราการทางทหารมาเป็นพระราชวัง มีกำแพงสูงกว่า 20 เมตร และยาว 2.5 กิโลเมตร ภายในอัคราฟอร์ดมีห้องสวยงามที่สร้างด้วยหินอ่อนแกะสลักฝังโดยรอบ โดยเฉพาะห้องมุขแปดเหลี่ยม ซึ่งเป็นห้องที่มีความสำคัญที่สุดภายในพระราชวังแห่งนี้และภายในห้องนี้ท่านจะได้พบกับสถานที่ที่กษัตริย์ชาร์จาฮาถูกลูกชายจับมาขังไว้จนสิ้นพระชนน์ พระองค์ถูกกักขังอยู่ถึง 8 ปี จนกระทั่งสวรรคตในปี ค.ศ. 1666 ตามตำนานกล่าวว่าให้วันสุดท้ายของชีวิตพระองค์ใช้เวลาทั้งวันในการจ้องมองเศษกระจกที่สะท้อนภาพของทัชมาฮาล และสิ้นพระชนม์ด้วยเศษกระจกในกำมือ พระองค์ถูกฝังในทัชมาฮาล เคียงข้างพระมเหสีซึ่งพระองค์ไม่เคยลืม มีบางคนกล่าวว่าสมเด็จพระจักรพรรดิชาห์ชะฮัน มิได้ประสงค์ที่จะถูกฝังร่วมกับประมเหสี แต่พระองค์มีแผนการที่จะสร้างสุสานอีกแห่งด้วยหินอ่อนสีดำ เพื่อเป็นสุสานของพระองค์ แต่ผู้รู้หลายท่านเชื่อว่าพระองค์ประสงค์ที่จะถูกฝังเคียงข้างพระนางมุมตัซ มาฮาล 

    จากนั้น    นำท่าน ช้อปปิ้งสินค้าหัตถกรรม และงานฝีมือพื้นเมือง อาทิเช่นผ้าไหมอินเดียเครื่องประดับ อัญมณี ไม้จันทร์หอมแกะสลัก ผลิตภัณฑ์จากหินอ่อน ของตกแต่งประดับบ้าน
    12.00 น.
    บริการอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    13.00 น.
    เดินทางสู่ เมืองเดลลี (ระยะทางประมาณ 203 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 – 5 ชั่วโมง แล้วแต่สภาพการจราจร)
    จากนั้น  นำท่านเดินทางสู่ท่าอากาศยานนานาชาติอินทิรา คานธี 
    ทำการเช็คอินเค้าเตอร์สายการบิน SPICEJET (SG) รับตั๋วเครื่องบิน และผ่านกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง
    เพื่อความสะดวกในการเช็คอินและผ่านกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย
    21.05 น.
    ออกเดินทางสู่กรุงเทพ ฯ โดยสายการบิน SPICEJET (SG)เที่ยวบินที่ SG87 (ไม่มีบริการอาหารบนเครื่อง )
  •   วันที่หก เดินทางกลับถึงกรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ

    03.00 น.

    ถึง...ท่าอากาศสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ…….. 

  •   อัตราค่ารวมบริการ
    -ตั๋วเครื่องบินไป-กลับกรุงเทพฯ-เดลี-ศรีนาคา-เดลี-กรุงเทพฯชั้นประหยัดโดยสายการบิน SPICEJET และภายในประเทศที่ระบุ
    -ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งและค่าประกันภัยสายการบิน
    -ค่าที่พักบนเรือ (Houseboat) ที่ศรีนาคาระดับดีลักซ์ (พักห้องละ 2 ท่าน)ตามระบุในรายการ
    -ค่าที่พักโรงแรมระดับ 3- 4 ดาวตามระบุในรายการ
    -รถโค้ชปรับอากาศรับ-ส่งสนามบินระหว่างอาคารภายในประเทศและต่างประเทศ, และรถTempo ปรับอากาศในแคชเมียร์ตามระบุในรายการ
    ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุ/ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ/เคเบิ้ลคาร์เฟส 1
    ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางวงเงิน 1 ล้านบาท (วงรักษาพยามบาทไม่เกิน 5 แสนบาท/ครั้ง)ทั้งนี้ย่อมขึ้นอยู่ในข้อจำกัดที่มีการตกลงไว้กับบริษัทประกันชีวิต

    -ค่าธรรมเนียมวีซ่าสำหรับหนังสือเดินทางไทย ยื่นแบบออนไลน์เท่านั้น (ไม่ต้องโชวร์ตัว) 

  •   อัตราค่าบริการไม่รวม
    -ค่าจัดทำหนังสือเดินทาง (PASSPORT) และค่าทำใบอนุญาตที่กลับเข้าประเทศของคนต่างชาติ หรือ คนต่างด้าว
    ค่าใช้จ่ายอื่นๆนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในรายการและค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่างๆ เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ฯลฯ
    -ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (ถ้ามี)
    -ค่าวีซ่าที่มีค่าธรรมเนียมแพงกว่าหนังสือเดินทางไทย
     -ค่าภาษีหักณ ที่จ่าย 3% ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% (กรณีออกใบกำกับภาษี)
    -ค่าธรรมเนียมการชำระเงินด้วยบัตรเครดิต VISA 3% AMEX 4%
    -ค่าน้ำหนักเกินพิกัดตามสายการบินกำหนด 20 กิโลกรัม
    -ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น,พนักงานขับรถ วันละ 5USD/วัน/ท่าน รวม 5 วัน
    ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย ทิปหัวหน้าทัวร์แล้วแต่ความพึงพอใจในบริการของท่าน
    -ค่าบริการยกกระเป๋าในโรงแรมและสนามบิน ซึ่งท่านจะต้องดูแลกระเป๋าและทรัพย์สินด้วยตัวท่านเอง

    การให้ทิปตามธรรมเนียมทางบริษัทฯมิได้มีผลประโยชน์ใดๆทั้งสิ้นขึ้นอยู่กับการพิจารณาของท่านเพื่อเป็นกำลังใจให้กับไกด์ และคนขับรถ 

29,900 THB / Person
DOWNLOAD PDF

BOOKING TOUR

Adults

Children

* Prices for person

TIBET
7 วัน 6 คืน

ทิเบต หลังคาโลก

ลมหายใจแห่งภูผา...มนตราแห่งกงล้อภาวนา Highest Railway in the World ลาซา - รถไฟสายประวัติศาตร์ - ซีหนิง - หลันโจว
INDIA
8 วัน 6 คืน

Chaming รัฐราชาสถาน

รัฐราชาสถาน...ดินแดนฟ้าจรดทราย ท่องดินแดนมหาราชา....เยือน...เมืองโรแมนติกแห่งดินแดนโรตี แคว้นราชาสถานแห่งอินเดีย...กับอารยธรรมกลางทะเลทราย
INDIA
8 วัน 6 คืน

สังเวชนียสถาน อินเดีย-เนปาล

นำท่านจาริกธรรม บำเพ็ญบุญ ตามรอยบาทพระศาสดา ณ ประเทศอินเดีย-เนปาล นมัสการพุทธสังเวชนียสถานทั้ง 4 ประสูติ-ตรัสรู้-ปฐมเทศนา-ปรินิพพาน
NEPAL
5 วัน 4 คืน

ไฮไลท์...เนปาล...

กาฐมัณฑุ-ปาทัน(ลลิตาปูร์)-ปัคตาปูร์-นากาก๊อต-โภครา “เนปาลดินแดนในฝัน ที่งดงามด้วยต้นแบบศิลปะและวัฒนธรรมที่งดงามอีกทั้งเอกลักษณ์ที่โดดเด่นชัดเจน สถาปัตยกรรมไม้ที่สืบทอดนับพันปี และวิถีชีวิตที่ยังคงความดั้งเดิม ”