himalayanholidays@yahoo.com

02-2357583-4, 02-2357572

จันทร์-วันศุกร์ 09.00 - 18.00 น. / เสาร์ 09.00 - 14.00 น

BHUTAN


Chill Chill....ภูฏาน..

 

 เยือนประเทศภูฏาน อาณาจักรเล็กๆในฉายา มังกรแห่งสันติ ท่องไปในวัดวาอาราม ท้องทุ่งกว้าง และเทือกเขาหิมาลัยอันโด่งดัง พร้อมๆ กับค้นพบความงดงามของภูฏานด้วยตัวคุณเอง

 

 กำหนดการเดินทาง : มิถุนายน - ธันวาคม 2560

อัตราค่าบริการ ทัวร์ภูฏาน 5 วัน 4 คืน เนื่องจากเป็นตั๋วราคาพิเศษจึงไม่สามารถ REFUND ได้

กำหนดเดินทาง

ผู้ใหญ่/ท่าน (10ท่านขึ้นไป)
(ห้องละ 2 -3 ท่าน)

เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี

(พักเตียงเสริม)

เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี

(ไม่มีเตียง)

พักเดี่ยวเพิ่ม

มิถุนายน - ธันวาคม 2560
55,900.- - - 7,900.-

*ผู้ใหญ่ (12 ปี ขึ้นไป) ขอสงวนสิทธิ์ในการออกทัวร์กรณีมีผู้เดินทางไม่ถึง 15 + ท่าน

 

GALLERY

PACKAGE DETAIL

  •   วันที่หนึ่ง กรุงเทพ - พาโร - ทิมพู
    04.30 น.
    คณะพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตูทางเข้าหมายเลข 10 สายการบินDruk Air (KB)หรือ Bhutan Airlines (B3)  โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกในเรื่องสัมภาระต่างๆ แก่ท่าน
    กระเป๋าเล็กถือติดตัวขึ้นเครื่องบิน
    -กรุณางดนำของมีคม ทุกชนิด เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บทุกขนาด ตะไบเล็บ เป็นต้น กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ห้ามนำติดตัวขึ้นเครื่องบิน
    -วัตถุที่เป็นลักษณะของเหลว อาทิ ครีม โลชั่น น้ำหอม ยาสีฟัน เจล สเปรย์ และเหล้าเป็นต้น จะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะอนุญาตให้ไม่เกิน 10 ชิ้น ในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100 ml.
    06.50 น. 
    ออกเดินทางสู่ เมืองพาโร  โดยสายการบินDruk Air (KB) เที่ยวบินที่ KB…หรือ Bhutan Airlines (B3) B3…
    (เครื่องแวะจอดที่ ประเทศอินเดีย ประมาณ 40 นาที ผู้โดยสารที่จะไปพาโรไม่ต้องลงจากเครื่อง)
    10.10 น. 
    ถึง...สนามบินแห่งชาติเมืองพาโร (Paro International Airport) ในเวลาท้องถิ่น หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและตรวจรับสัมภาระ เรียบร้อยแล้ว
    นำท่านสู่ตัวเมืองพาโร ..“เมืองพาโร” (PARO)  ...เปิดประตูมุ่งสู่ภูฏานดินแดนแห่งสวรรค์ "เมืองพาโร" (Paro) เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่อยู่ทางตะวันตกของภูฏาน เป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวที่มีความเก่าแก่ที่สุดของภูฏาน เป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญมากแห่งหนึ่งของภูฏาน เป็นที่ตั้งของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ อาคารประวัติศาสตร์ ที่โอบล้อมไปด้วยหุบเขาเขียวขจี และมีแม่น้ำสายสำคัญไหลผ่านจำนวน 3 สาย คือ แม่น้ำตอสา แม่น้ำวัง และแม่น้ำพูนาซอง ก่อเกิดเป็นทัศนียภาพอันงดงาม และสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนได้เป็นจำนวนมาก...จากนั้น..นำพาคณะชมเมืองพาโร...(โปรดแต่งกายสุภาพ) 

    นำท่านชม "พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติภูฏาน" (National Museum of Bhutan) ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองพาโร ในอดีตเคยเป็นป้อมปราการ หรือ ตาซอง (Ta Dzong) แต่ถูกเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ในปีค.ศ.1968 มีทั้งหมด 6 ชั้น พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นที่เก็บรวบรวม เครื่องแต่งกาย อาวุธ เหรียญกษาปณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ไม้สอย สัตว์ป่าในแถบเทือกเขาหิมาลัย งานแสดงส่วนใหญ่เป็นงานที่เกี่ยวกับพุทธศาสนา ชมภาพพระบฏ ตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน  นอกจากนี้ยังมีงานหัตถกรรมที่ใช้ประจำวัน เครื่องแต่งกาย ชุดเสื้อเกราะ สัตว์สต๊าฟและดวงตราไปรษณีย์ที่สวยงามมากมายหลายรูปแบบ

     

    นำท่านชมความงดงาม "รินปุง ซอง" (Rinpung Dzong) หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า "พาโรซอง" ( Paro Dzong) ซึ่งแปลว่า ป้อมปราการแห่งอัญมณี เป็นอาคารป้อมปราการขนาดใหญ่ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมืองพาโรเป็นอย่างมาก “พาโรซอง” ถูกสร้างขึ้นโดย ซับดรุง นัมเกล (Shabdrung Ngawang Namgyal) ในปี ค.ศ. 1644 และหลังจากนั้นก็ได้กลายเป็นที่ยอมรับในฐานะเป็นศูนย์กลางการบริหารและส่วนที่เป็นวัดซึ่งมีพระสงฆ์จำพรรษามากกว่า 200 รูป นอกจากนี้แล้ว พาโรซอง ยังเคยถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Little Buddha ภาพยนตร์สารคดีอีกหนึ่งเรื่องที่ชาวพุทธต้องไม่พลาด
    12.30 น.
    รับประทานอาหารกลางวันในภัตตาคารพื้นเมือง
    13.30 น.
    นำท่านเดินทางสู่เมืองทิมพู (THIMPHU) เมืองหลวงของภูฏาน (ระยะทาง 53 ก.ม. ใช้เวลา 1.30 ชั่วโมง)
    เมืองทิมพู โลกแห่งความเป็นจริงของภูฏาน ทิมพูเป็น... จึงเป็นศูนย์รวมของสถานที่สำคัญต่างๆ เป็นจุดรวมการค้าขาย มีโรงแรมชั้นนำ ห้างสรรพสินค้าเล็กๆ รวมถึงมีจำนวนประชากรและนักธุรกิจมากกว่าเมืองอื่นๆ ที่สำคัญคือ ทิมพู เป็นที่ประทับของของสมเด็จพระราชาธิบดี และพระบรมวงศานุวงศ์แห่งภูฏาน เราสามารถมองเห็นพระราชวังของพระราชาธิบดีได้อย่างชัดเจน ซึ่งจะว่าไปแล้วหากไกด์ไม่บอก เราก็คงไม่รู้ว่าเป็นพระราชวัง ด้วยมองดูเหมือนอาคารทั่วๆไป ไม่ได้มีความหรูหรา ยิ่งใหญ่ หรือแปลกไปจากอาคารอื่นๆในภูฏานเลย พระราชวังอยู่ใกล้ๆกับทิมพูซอง..ระหว่างทางชมทัศนียภาพอันสวยงามของภูฏาน ตื่นตาตื่นใจกับสถาปัตยกรรมที่มีรูปแบบ และเอกลักษณ์เฉพาะตัวของภูฏาน ตลอดสองข้างทาง..จนถึงเมืองหลวงทิมภู
    16.30 น.
    นำท่านเข้าชม ทิมพูซอง (Thimphu Dzong) หรือ ตาชิโชซอง (Tashicho Dzong) ซึงเป็นสัญลักษณ์แห่งเมืองหลวงทิมพู ซองแห่งนี้มีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่สวยงามมากและใหญ่โต ปัจจุบันถูกใช้แยกเป็นส่วนต่างๆ เช่น สถานที่ทำงานของกษัตริย์ สถานที่พักในฤดูร้อนของสมเด็จพระสังฆราช ตลอดจนสถานที่ทำการของรัฐบาล  
     
    18.30 น.
    พิเศษ.. ด้วยการแต่งกายตามแบบภูฐาน หรือชุดประจำชาติภูฐาน พร้อมชมโชวร์การแสดงทางวัฒนธรรมของชาวภูฐาน หรือระบำหน้ากากเทซู  นาฏศิลป์ภูฏานในชุดระบำหน้ากากที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและชมการเต้นรำพื้นเมืองของชนเผ่าที่อาศัยอยู่ทั่วประเทศภูฏาน (หมายเหตุ: ชุดแต่งกายประจำชาติจัดเตรียมโดยทางบริษัท หิมาลายัน ฮอลิเดย์ จำกัด เพื่อใส่เข้าร่วมงานเท่านั้น)
    19.30 น.
    บริการอาหารเย็น และพักผ่อนตามอัธยาศัย ณ โรงแรมในเมืองทิมพู             
    พักที่ ณ  HOTEL MIGMA, THIMPHU หรือเทียบเท่า พักผ่อนตามอัธยาศัย
  •   วันที่สอง ทิมพู - พูนาคา - ทิมพู
    07.00 น.
    รับประทาน อาหารเช้า ณ โรงแรม
    08.00 น.
    วันนี้นำท่านสู่มณฑลพูนาคา (སྤུ་ན་ཁ་རྫོང་ཁག) เคยเป็นเมืองหลวงเก่าของภูฏาน ห่างจากทิมพูไป 70 กม. (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ช.ม) สถานที่สำคัญในเมืองนี้คือพูนาคาซอง เป็นซองแห่งที่สองที่สร้างขึ้นในภูฏานโดยซับดรุง นัมเกล เมื่อสร้างเสร็จแล้วได้นิมนต์พระสงฆ์จากวัดเชอรีมาจำพรรษาถึง 600 องค์ มีรูปจำลองของซับดรุง นัมเกล อยู่ในโบสถ์ลามะ เมืองพูนาคา อดีตราชธานีของภูฏาน (ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1639 – 1955) สร้างและปกครองโดย ชับดรุง งาวัง นัมเกล (Shabdrung Ngawang Namgyal) ระหว่างทางวิวสวยมากค่ะ สามารถมองไปไกลสุดลูกหูลูกตาจนเห็นถึงแนวเทือกเขาหิมาลัย…
    ระหว่างทาง แวะถ่ายภาพซิมโตคาซอง วิทยาลัยแห่งแรกในภูฏาน บนเส้นทางสู่เมืองวังดีโปดรังและปูนาคา จะเป็นทิวทัศน์ของภูเขาสูงสลับกับแม่น้ำลำธารใสสะอาด ริมทางอาจเห็นดอกกุหลาบพันปี (Rhododendron) การทำสวนแอปเปิ้ล (ตามฤดูกาล ระหว่างเดือน Jul-Sep) และกงล้อมนตราที่หมุนโดยใช้พลังน้ำ
    ระหว่างทาง แวะพักจุดที่สูงที่สุดบนเส้นทางนี้ ที่ ดอร์ชูลา (Dorchula Pass) ระดับความสูง 3,150 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลเป็นช่องเขาที่สามารถมองเห็นเทือกเขาหิมาลัยได้ในบางวันอาจเห็นทะเลหมอกปกคลุมอยู่ทั่วไป..จุดชมวิวโดชูลา ซึ่งมีสถูป ดรุค วังเกล (Druk Wangle Chorten) หรือสถูปแห่งความเป็นสิริมงคลและ สันติสุขของแผ่นดิน 108 องค์
       
    จากนั้น   เดินทางต่อสู่เมืองพูนาคา...
    12.00 น.
    บริการอาหารกลางวันภัตตาคารพื้นเมือง(พูนาคา)Chimi Cafeท่ามกลางอ้อมกอดของขุนเขาและสายน้ำ ลำธาร...เดินเท้าผ่านหมู่บ้านโลเบซ่า(Lobesa)ที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ได้ตกแต่งผนังอาคารบ้านเรือน้ำด้วยรูปอวัยวะเพศชายตามความเชื่อเรื่องสิริมงคลแห่งการป้องกันสิ่งชั่วร้ายและพลังของการให้กำเนิดชีวิต เพลิดเพลินชมท้องทุ่งนากลางหุบเขา
    13.30 น. 
    (โปรดแต่งกายสุภาพ) นำท่านเยี่ยม ป้อมปราการแห่งพูนาคา (Punakha Dzong)ซองที่สวยสง่าที่สุดในภูฎาน ในทำเลงามจุดบรรจบของแม่น้ำ 2 สาย คือแม่น้ำโพ (Po Chu) และแม่น้ำโม (Mo Chu) อันหมายถึง แม่น้ำพ่อ และแม่น้ำแม่ ไหลมาบรรจบกัน เป็นซองที่ ประกอบพิธีสำคัญของชาติ เป็นที่ประทับของพระสังฆราชในฤดูหนาว
    ป้อมปราการแห่งพูนาคา เป็นซองก์เก่าแก่แห่งที่ 2 ของภูฏาน มีชื่อเต็มๆว่า Pungthang Dechen Phodrang ซึ่งมีความหมายว่า “พระราชวังแห่งความสุขสำราญ” เป็นที่ประทับของพระสังฆราชในฤดู หนาว เนื่องจากพูนาคามีอากาศไม่หนาวเย็นจนเกินไป ด้วยเหตุที่เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บน พื้นที่สูงเพียง 1,468 เมตร ถึงแม้ว่าพูนาคาจะเป็นเมืองเล็กๆ แต่กลับมีบทบาทสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ของภูฏาน เพราะที่นี่เคยเป็นเมืองหลวงในช่วงฤดูหนาวมานานถึง 300 ปีท่านซับดรุง งาวัง นัมเกล ดำริให้สร้างพูนาคาขึ้นในปี พ.ศ. 2180 โดยก่อนหน้านี้มีวัดที่ท่านงากี รินเซ็น ได้สร้างขึ้นไว้ก่อนแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ.1871 ปัจจุบันจึงกลายเป็นป้อมเล็กและป้อมใหญ่หันหน้าเข้าหากัน ในอดีตท่านคุรุรินโปเชเคยเสด็จมาที่นี่ และพยากรณ์ไว้ว่า “บนขุนเขาด้านที่มีสัณฐานประดุจงวงช้าง บุรุษผู้มีนามว่า นัมเกล จะมาที่นี่”นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์ประวัติศาตร์เกิดขึ้นที่นี่หลายครั้ง เช่นในปี 1907 ใช้เป็นสถานที่จัดราชาภิเษกกษัตริย์องค์แรกของภูฏาน คือ สมเด็จพระราชาธิบดีที่ 1 อูเก็น วังชุก (Ugyen Wangchuck) ในปี 1910 ใช้เป็นสถานที่ลงนามสนธิสัญญาพูนาคาระหว่างภูฏานกับอังกฤษ ว่าด้วยนโยบายต่างประเทศที่ภูฏานยอมรับการดำเนินนโยบายตามแนวทางอังกฤษ ในขณะที่อังกฤษต้องไม่ก้าวก่ายกิจการภายในของภูฏานเช่นกัน.......ปี 1988 ใช้เป็นที่ประกอบพิธีอภิเษกสมรสของสมเด็จพระราชาธิบดีที่ 4 จิกมี ซิงเย วังชุก (Jigme Singye Wangchuck) อีกด้วย 
    ได้เวลาอันสมควรเดินทางกลับเมืองทิมพู อิสระช้อปปิ้งในเมืองทิมพูในเส้นทางเดิม
    ค่ำ
    บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
    พักที่ ณ  HOTEL MIGMA, THIMPHU หรือเทียบเท่า พักผ่อนตามอัธยาศัย
     
     
  •   วันที่สาม ทิมพู - พาโร
    07.00 น.
    รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม แล้ว CHECK – OUT
    08.00 น.
    นำท่านแวะชม วิวบนเนินเขา Kuenselphodrang เหนือตัวเมืองในจุด ที่มีฮวงจุ้ยดีที่สดุในประเทศภฏูานพร้อมนมัสการพระพุทธรูปหล่อสัมริดประทับนั่งกลางแจ้ง Big Buddha สูง 51.50 เมตร องค์ใหญ่ที่สุด ในโลก ซึ่งเกิดขึ้นมาจากการรวมพลังของชาวพุทธจากทั่วโลก โดยได้ต้นแบบมาจากพระพทุธรปูที่ประดิษฐานอยู่ในสถูปพุทธคยาประเทศอินเดีย
    นำท่านชม อนุสรณสถานแห่งชาติ (National Memorial Chorten) หรือมหาสถูปที่พระเจ้า จิกมี ดอร์จี วังชุก กษัตริย์องค์ที่ 3 ที่ปกครองภูฏาน ในช่วงปี ค.ศ. 1952 – 1972 ทรงได้รับพระฉายาว่า “พระบิดาแห่งภูฏานยุคใหม่” (King of Modernization) เป็นมหาสถูปที่ประดิษฐ์ฐานพระบรมอัฐิของพระเจ้าจิกมี ดอร์จิ วังชุก ซึ่งได้รับสมญาว่า เป็นพระบิดาแห่งภูฏานยุคใหม่สร้างเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา
     
    ชมที่ทำการไปรษณีย์ (Post Office) ท่านสามารถจับจ่ายซื้อแสตมป์ที่ระลึกในรูปแบบต่าง ๆ ภูฐานจัดเป็นประเทศ “เจ้าแห่งแสตมป์” แห่งหนึ่งของโลก แสตมป์ของภูฐานจะมีให้เลือกในรูปแบบ และราคาที่หลากหลาย ทั้งรูปวิวทิวทัศน์ธรรมชาติ รูปวัดและพระราชวัง (ซอง) รูปสัตว์ รูปดอกไม้ต่าง ๆ รวมถึงโปสการ์ดของสถานที่ต่างๆ
    หอสมุดแห่งชาติ (The National Library) เยี่ยมชมศูนย์หัตถกรรมพื้นเมืองของรัฐบาล (The Government Handicraft) พิพิธภัณฑ์ผ้าทอแห่งชาติ (The National Textile Museum)
    จากนั้น   นำท่านชม”เมืองหลวงเมืองทิมพู”เป็นเมืองหลวงของภูฏานมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1961 ในสมัยท่านซับดรุง งาวัง นัมเยล เดินทางมาเผยแพร่ศาสนาพุทธในภูฏานเมืองทิมพูตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำวัง- Wang Chhu (Chhu แปลว่า น้ำ) ในเมืองมีถนนหลายสายตัดขนานไปกับแม่น้ำ และมีถนนเล็กๆแคบๆ อีกหลายสายแยกไปตามจุดๆต่างๆในเมือง ถนนเหล่านี้เป็นเส้นทางคดเคี้ยวไปตามบ้านเรือน และวกวนขึ้นเนินไปยังอาคารทำเนียบรัฐบาล ที่ตั้งเด่นอยู่บนเนินเขาในเขตมอติธัง (Motithang) ถิ่นคนรวยภูฏาน ย่านใจกลางเมืองทิมพู มีถนนหลายสายตัดผ่านไปยังศูนย์การค้า Zanto Pelri Shopping Complex อันเป็นที่ชุมนุมของร้านค้าและร้านอาหาร นับเป็นย่านชุมชนใหม่ในเมืองหลวงของภูฏาน ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงแห่งเดียวในโลกที่ไม่มีแม้แต่สัญญาณไฟจราจร (ยังใช้ตำรวจจราจรให้สัญญาณมือตรงทางแยกใหญ่ซึ่งมีอยู่เพียง 2 แห่ง) ถนนสายหลักของทิมพู คือ ถนน Norzine Lam (Lam แปลว่าถนน) ที่มีเส้นทางตัดผ่านกลางเมือง สองข้างทางบนถนนสายนี้เป็นที่ตั้งร้านค้าขนาดเล็กของชาวภูฏานและชาวอินเดีย
    12.00 น.
    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
    13.00 น.
    นำท่านเดินทางสู่เมืองพาโร (ระยะทาง 53 ก.ม. ใช้เวลา 1.30 ชั่วโมง) ดินแดนแห่งสวรรค์ใดในประเทศภูฏาน (Bhutan) จะงดงามเท่าที่ "เมืองพาโร" (Paro) เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่อยู่ทางตะวันตกของภูฏาน อยู่ห่างจากเมืองทิมพู (Thimphu) เมืองหลวงของภูฏาน ไปประมาณ 53 กิโลเมตร เป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวที่มีความเก่าแก่ที่สุดของภูฏาน และเป็นหนึ่งในสถานที่ที่สวยที่สุดในภูฏานอีกด้วย และ เป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญมากแห่งหนึ่งของภูฏาน เป็นที่ตั้งของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ อาคารประวัติศาสตร์ ที่โอบล้อมไปด้วยหุบเขาเขียวขจี และมีแม่น้ำสายสำคัญไหลผ่านจำนวน 3 สาย คือ แม่น้ำตอสา แม่น้ำวัง และแม่น้ำพูนาซอง ก่อเกิดเป็นทัศนียภาพอันงดงาม และสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนได้เป็นจำนวนมาก 
    16.00 น.
    ถึงเมืองพาโร....นำท่านไปชมวัดคิชู  วัดคิชู (Kytchu Lhakhang) Lhakhang-ลาคัง แปลว่า วัดภูฏานเป็นประเทศเดียวในโลกที่ผู้คนนับถือศาสนาพุทธนิกายมหายานลัทธิตันตระหรือลามะ และถือเป็นศาสนาประจำชาติ
    วัดคิชูเป็นวัดโบราณเก่าแก่ที่สุดของภูฏาน ตั้งอยู่ใจกลางหุบเขา พระเจ้าซองต์เซน กัมโป กษัตริย์ทิเบต ทรงสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 659 โดยที่ในเวลานั้นพื้นที่ของวัดยังเป็นของทิเบตและในพระอุปถัมภ์ของพระราชชนนีโดยท่านจะมาทำบุญและวิปัสสนาที่วัดนี้เป็นประจำภายในวัดประดิษฐานพระพุทธรูปที่งดงามในรูปทิเบต
    จากนั้น   นำท่านเดินเล่นในตัวเมืองเก่าพาโร ก่อนรับประทานอาหารเย็น และพักผ่อนตามอัธยาศัยที่โรงแรมในเมืองพาโร
    19.00 น  
    บริการอาหาร ค่ำ ณ ภัตตาคาร
    พักที่ ณ  METTA RESORT  , PARO หรือเทียบเท่า พักผ่อนตามอัธยาศัย
     
     
     
     
  •   วันที่สี่ พาโร
    07.00 น.
    รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม
    08.00 น.
    นำท่าน เดินเท้า (หรือขี่ม้า) ขึ้นสู่ยอดเขา ซึ่งแบ่งการเดินออกเป็น2ช่วง ใช้เวลาช่วงละประมาณ 2 ชั่วโมง ที่ระดับความสูงเฉลี่ย 2,000-3,000เมตร ในเส้นทางแสวงบญของชาวพุทธมหายานที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกเหมือนวิมานสวรรค์ล่องลอยอยู่เหนือกลุ่มเมฆนับเป็นวัดที่น่ามหัศจรรย์1ใน10ของโลกและมีความสาคัญที่สดุของชาวภฏูาน
    ขอเชิญแวะพักเหนื่อยชมภาพมหัศจรรย์ของวัดตั๊กซังที่เกาะเกี่ยวอยู่บนหน้าผาสูงดื่มชากาแฟทีจุดชมวิวTaktshang Cafeในช่วงที่ 1 (เป็นจุดที่ตั้งภัตตาคารอาหารกลางวัน)
    จากนั้น   ท่านที่ยังมีพลังศรัทธาแรงกล้าจะร่วมกันเดินข้ามเขาในช่วงที่สอง(เดินประมาณ2ช.ม.)
    เข้าสู่วัดตั๊กซัง (Taktshang Lhakhang) หรือวัดถ้ำเสือ ซึ่งเป็นวัดถ้า13วัดที่สร้างเกาะเกี่ยวกันอยู่บนหน้าผา
    การเดินทางขึ้นไป จะต้องใช้สองเท้าบวกพละกำลังอย่างมาก แต่นั่นก็ไม่ใช่อุปสรรคที่ขัดขวางนักท่องเที่ยวหรือชาวพุทธแต่อย่างใด ตรงกันข้ามกลับเป็นสิ่งท้าทายให้นักท่องเที่ยวอยากพิชิตยอดเขาสูงเพื่อไปถึงวัดทักซังสักครั้ง เชื่อเลยว่าภาพที่เห็นตรงหน้าจะคุ้มค่ากับความเหนื่อยยากแน่นอน

    **หมายเหตุ** รายการทัวร์นี้ไม่รวมค่าขี่ม้าท่านละ 20 USD และค่าทิปคนจูงม้า **ต้องจองล่วงหน้าและไม่สามารถยกเลิกการจองได้ โปรดแจ้งกับหัวหน้าทัวร์หรือไกด์ท้องถิ่น (ม้าจะนำท่านไปประมาณครึ่งทาง จากนั้นต้องใช้การเดินเท้าเพื่อขึ้นสู่วัดตั๊กซัง (Tiger’s Nest) เนื่องจากเส้นทางเดินเป็นหน้าผาสูงชัน และขากลับจะใช้การเดินเท้าลงมาบริเวณลานจอดรถ) 

    การเดินขึ้นไปถึงวัด ตั้กซัง ต้องมีความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจอากาศบนที่สงู เบาบางซึ่ง อาจจะทาใหเหนื่อยง่าย ท่านที่ต้องการสละสิทธิ์กุรณาแจ้งล่วงหน้า เพื่อจัดเตรียมการดูแลและจัดสรรรายการอื่นให้ต่อไป..
    นำท่านขึ้นนมัสการ...วัดทักซัง หรือวัดรังเสือ (Tiger's Nest in Bhutan) วัดเก่าแก่ที่มีความสวยงามและความศักดิ์สิทธิ์ความงดงามในเมฆหมอกหิมาลัยเป็นวัดพุทธที่มีความเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในภูฏาน โดยถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1962 จุดเด่นอยู่ที่ตัววัดนั้นตั้งอยู่ริมผาซึ่งมีความสูงกว่า 900 เมตร ในเขตปาโร ด้วยความสูงเทียมฟ้าเช่นนี้เองทำให้วัดนั้นอยู่ท่ามกลางเมฆหมอกสีขาวที่ล้อมรอบวัด อีกทั้งยังสามารถชมวิวสวย ๆ ด้านล่างได้อย่างชัดเจนในวันที่ท้องฟ้าโปร่ง โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่หมู่มวลดอกไม้ต่างพากันชูช่อสวยงาม..
    มีตำนานเล่าว่า” ก่อนพื้นที่บริเวณนี้จะถูกสร้างเป็นวัดนั้นมี คุรุรินโปเซ (Guru Rinpoche) ซึ่งสามารถจำแลงกายเป็นเสือได้มาอาศัยอยู่ในถ้ำแห่งนี้ ครั้นจะเทศนาสั่งสอนผู้คนท่านจะกลายร่างเป็นมนุษย์เช่นเดิม และเมื่อคำสอนได้ผลผู้คนต่างพากันเสื่อมใสในพระพุทธศาสนา จึงทำให้สถานที่นี้กลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ต่อมาจึงได้มีการสร้างวิหารขึ้นเพื่อแสดงถึงความนิยมด้านพระพุทธศาสนา และเมื่อเวลาผ่านไปเนิ่นนานทำให้ตัววิหารชำรุดทรุดโทรม จนท้ายที่สุดในปี ค.ศ. 1962 จึงมีการสร้างวัดทักซังหรือวัดรังเสือขึ้นมา และได้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในปี ค.ศ. 1998 จากเหตุเพลิงไหม้ ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้สมบัติล้ำค่าทางพระพุทธศาสนาและทางประวัติศาสตร์ได้มอดไหม้ไปด้วย......อย่างไรก็ตามการบูรณะครั้งใหม่ก็ไม่ทำให้ชาวพุทธต้องผิดหวัง ด้วยความวิจิตรงดงามของตัววัดทั้งภายในและภายนอกนั้นยังเป็นที่กล่าวขานของนักท่องเที่ยวที่ได้ไปเยือนวัดทักซัง
    12.30 น. 
    บริการอาหารกลางวัน ณ Takshang café (อาหารมังสวิรัติ)
    17.00 น.
    นำคณะเดินทางลงจากยอดเขาหรือวัดรังเสือกลับสู่ที่พักอิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย
    19.30 น.
    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรม
    พักที่ ณ  METTA RESORT , PARO หรือเทียบเท่า พักผ่อนตามอัธยาศัย

     

     

  •   วันที่ห้า พาโร - กรุงเทพฯ
    07.00 น.
    รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม ได้เวลาอันสมควรเดินทางไปสนามบิน
    11.00 น.
    เหินฟ้ากลับสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบิน Druk Air (KB) เที่ยวบินที่ KB…หรือ Bhutan Airlines (B3) B3…
    16.20 น.
    ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ และความประทับใจไม่รู้ลืม... 
  •   อัตราค่าบริการรวม
    -ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-พาโร-กรุงเทพฯ ชั้นประหยัดโดยสายการบิน ดรุ๊กแอร์ หรือภูฏานแอร์ไลน์
    -ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง  และค่าประกันภัยสายการบิน / ค่าวีซ่านักท่องเที่ยว
    -ค่าที่พักโรงแรม โดยใช้โรงแรมที่ผ่านการรับรองจากรัฐบาลภูฏาน (พักห้องละ 2-3 ท่าน)
    -ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุ ในรายการ
    -ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ
    -หัวหน้าทัวร์ที่คอยบริการและดูแลตลอดการเดินทางทั้งคนไทย และท้องถิ่น (สำหรับคณะ 15 ท่านขึ้นไป)
    -ค่าประกันอุบัติเหตุคุ้มครองในวงเงินท่านละ1,000,000บาท (ค่ารักษาพยาบาลวงเงิน 500,000 บาท)

    -ค่าพาหนะระหว่างการนำเที่ยวตามรายการระบุตลอดการเดินทาง 

  •   อัตราค่าบริการไม่รวม
    -ค่าทิปไกด์ท้องถิ่นและพนักงานขับรถ 6USD/ท่าน/วัน (ต่อลูกค้า) (รวม 30USD ต่อลูกค้า 1 ท่านตลอดการเดินทาง)
    -ค่าทิปพนักงานบริการ,พนักงานยกกระเป๋าของทุกโรงแรม /ค่าขี้ม้าขึ้นวัดตั๊กซัง
    -ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย (แล้วแต่ความประทับใจของท่าน)
    -ค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในรายการ ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน(ถ้ามี)
    -ค่าจัดทำหนังสือเดินทาง(PASSPORT) และค่าทำใบอนุญาตที่กลับเข้าประเทศของชาวต่างชาติ หรือ คนต่างด้าว
    -ค่าวีซ่าที่มีค่าธรรมเนียมแพงกว่าหนังสือเดินทางไทย
    -ค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในรายการ
    -ค่าน้ำหนักเกินพิกัด 20 กิโลกรัม ต่อท่าน
    -ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือจากรายการเช่น ค่าเครื่องดื่มและค่าอาหารที่สั่งเพิ่มเอง ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ฯลฯ

    -ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% (กรณีต้องการใบกำกับภาษี) 

55,900 THB / Person
DOWNLOAD PDF

BOOKING TOUR

Adults

Children

* Prices for person

TIBET
7 วัน 6 คืน

ทิเบต หลังคาโลก

ลมหายใจแห่งภูผา...มนตราแห่งกงล้อภาวนา Highest Railway in the World ลาซา - รถไฟสายประวัติศาตร์ - ซีหนิง - หลันโจว
INDIA
8 วัน 6 คืน

Chaming รัฐราชาสถาน

รัฐราชาสถาน...ดินแดนฟ้าจรดทราย ท่องดินแดนมหาราชา....เยือน...เมืองโรแมนติกแห่งดินแดนโรตี แคว้นราชาสถานแห่งอินเดีย...กับอารยธรรมกลางทะเลทราย
INDIA
8 วัน 6 คืน

สังเวชนียสถาน อินเดีย-เนปาล

นำท่านจาริกธรรม บำเพ็ญบุญ ตามรอยบาทพระศาสดา ณ ประเทศอินเดีย-เนปาล นมัสการพุทธสังเวชนียสถานทั้ง 4 ประสูติ-ตรัสรู้-ปฐมเทศนา-ปรินิพพาน
NEPAL
5 วัน 4 คืน

ไฮไลท์...เนปาล...

กาฐมัณฑุ-ปาทัน(ลลิตาปูร์)-ปัคตาปูร์-นากาก๊อต-โภครา “เนปาลดินแดนในฝัน ที่งดงามด้วยต้นแบบศิลปะและวัฒนธรรมที่งดงามอีกทั้งเอกลักษณ์ที่โดดเด่นชัดเจน สถาปัตยกรรมไม้ที่สืบทอดนับพันปี และวิถีชีวิตที่ยังคงความดั้งเดิม ”