himalayanholidays@yahoo.com

02-2357583-4, 02-2357572

จันทร์-วันศุกร์ 09.00 - 18.00 น. / เสาร์ 09.00 - 14.00 น

INDIA


อินเดียเหนือ เลห์ ลาดักห์

อินเดียเหนือ ล้ำค่า เลห์ ลาดักห์ 7 วัน 6 คืน

*** เมืองเลห์ ทะเลสาบพันกอง หุบเขานูบรา
สวรรค์บนพื้นดิน..ดาวอังคารบนพื้นโลก ***

 

       ลาดัคห์ เป็นดินแดนที่รู้จักกันว่ามีเส้นทางผ่านช่องเขาที่มากมาย และความเล้นลับขององค์ลามะ ลาดัคห์เป็นดินแดนที่ถูกโอบอุ้มโดยเทือกเขาที่สูงที่สุดของโลกถึง 2 เทือกด้วยกัน ได้แก่เทือกเขาคาราโครัม และเทือกเขาหิมาลัย มนต์เสน่ห์ของลาดัคห์นอกจากจะเป็นธรรมชาติที่ยังบริสุทธิ เลห์ ยังเป็นอีกเมืองหนึ่งที่รู้จักกันในนามของทิเบตน้อย ที่เป็นรองแต่โปตาลาเท่านั้นสัมผัสความยิ่งใหญ่แห่งเทือกเขาหิมาลัยและคาราโครัม เทือกเขาที่สูงที่สุดในโลก และชมวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของผู้คนที่มีอายุสืบทอดกันมามากกว่าพันปี โดยมีรายละเอียดการเดินทางดังนี้

 

 

 

กำหนดการเดินทางปี 2560 10-16 มิถุนายน, 15-21 กรกฎาคม, 10-16 สิงหาคม (วันแม่), 23-26 กันยายน, 19-25 ตุลาคม 2560
 

โดยสายการบินเจ็ท แอร์เวย์ (9W)

 

อัตราค่าบริการ (โปรแกรมเลห์ – ลาดัก 7 วัน 6 คืน) เนื่องจากเป็นตั๋วราคาพิเศษจึงไม่สามารถ REFUND ได้

กำหนดเดินทาง

ผู้ใหญ่/ท่าน
(ห้องละ 2-3 ท่าน)

พักเดี่ยวเพิ่ม

10-16 มิ.ย 60

15-21 ก.ค. 60

10-16 ส.ค. 60 (วันแม่)

23-29 ก.ย. 60

19-25 ต.ค. 60

49,900.-

7,500.-

*ผู้ใหญ่ (12 ปี ขึ้นไป) ขอสงวนสิทธิ์ในการออกทัวร์กรณีมีผู้เดินทางไม่ถึง 15 + ท่าน

 

 

GALLERY

PACKAGE DETAIL

  •   วันที่-1 กรุงเทพฯ – เดลี

    06.00 น.

    คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ  ชั้น 4  ประตูทางเข้าที่ 7 สายการบิน Jet Airways (9W) โดยเจ้าหน้าที่บริษัท คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้กับทุกท่าน
    กระเป๋าเล็กถือติดตัวขึ้นเครื่องบิน
    กรุณางดนำของมีคม ทุกชนิด เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บทุกขนาด ตะไบเล็บ เป็นต้น กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ห้ามนำติดตัวขึ้นเครื่องบิน
    วัตถุที่เป็นลักษณะของเหลว อาทิ ครีม โลชั่น น้ำหอม ยาสีฟัน เจล สเปรย์ และเหล้าเป็นต้น จะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะอนุญาตให้ไม่เกิน 10 ชิ้น ในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100 ml.
    08.40 น.                
    ออกเดินทางจากกรุงเทพฯสู่เมืองเดลลี โดยสายการบินเจ็ท แอร์เวย์ เที่ยวบินที่  9W065
    (ใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง 30 นาที) (บริการอาหารบนเครื่อง)
    11.40 น.                                                                              
    ถึงท่าอากาศยานนานาชาติอินทิราคานธีร์ เมืองเดลลี(New Delhi)ตามเวลาท้องถิ่น ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและตรวจรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว
     
     
    จากนั้น เดินทางสู่ อาศรัธาม (Akshardham) หรือ อัชดัม
     
    วัดฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในโลก สถานที่ที่น่าเลื่อมใสของมหาชนทั่วประเทศอินเดีย ในอินเดียมีวัดลักษณะเช่นนี้อยู่มากแต่ในที่สุด บริษัทกินเนสก็มอบใบประกาศนียบัตร วัดฮินดูใหญ่ที่สุดในโลก ให้กับวัดนี้ ด้วยเหตุผลคือเป็นวัดใหญ่ที่สุดสร้างโดยเอกชนและถือว่าเป็นวัดฮินดูที่ใหญ่ที่สุด เพราะมีบริเวณกว้างมากถึง 86,342 ตารางฟุต วัดนี้มีความอัศจรรย์มากมาย สร้างด้วยหินทรายสีชมพู แกะสลัก และปูพื้นด้วยหินอ่อน มียอดโดมเป็นหินทรายชมพูแกะสลักตัวโดมสูง 72 ฟุต มีเสา โดม ล้อม 1,160 ต้น รอบโดมแกะเป็นเศียรคชสารจำนวน 148 เศียร ด้านในบรรจุเทพเจ้าฮินดูแกะสลักกว่า20,000 องค์ ใช้เวลาสร้าง 5 ปีเท่านั้น โดยท่านประมุขสวามีมหาราช เป็นผู้ออกแบบเพียงคนเดียวเป็นสถาปัตยกรรมฮินดูที เก่าแก่ที่สุดก่อสร้างโดยช่างอาสาสมัครมีทั้งนักบวชช่างศิลปะรวมถึงนักแสวงบุญทุกคน
     
    จากนั้น  นำท่านชมเป็นสถาปัตยกรรมแบบโมกุลผสานกับแบบตะวันตกที่มีขนาดใหญ่โต และซับซ้อนแห่งนี้เป็นหนึ่งในที่พำนักของประธานาธิบดีที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่พำนักของประธานาธิบดีอินเดีย (Rashtrapati Bhavan) ในนิวเดลีเป็นหนึ่งในบ้านพักของประมุขแห่งรัฐที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก อาคารมีขนาด 19,000 ตารางเมตร (200,000 ตารางฟุต) มีสี่ชั้นและ 340 ห้อง ตั้งอยู่บนพื้นที่ 130 เฮกตาร์ (320 เอเคอร์) ณ ใจกลางของเมือง รูปแบบสถาปัตยกรรมผสมผสานคตินิยมแบบโมกุลและยุโรปในลักษณะอันมีเสน่ห์น่าทึ่ง
    นำท่านชมประตูเมืองอินเดีย (Indian Gate)
     
    ใช้เป็นอนุสาวรีย์ของทหารที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง จุดไฟ อมรชีวินบูชาวิญญาณนักรบไม่เคยดับ ตั้งแต่ พ.ศ.2474 (ค.ศ. 1931) จวบจนปัจจุบัน มีชื่อจารึกไว้ที่แผ่นหิน 85,000 ชื่อ
    ค่ำ                             รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรม
    ที่พัก ณ  HOTEL RADISSON BLU(คืนที่1) หรือเทียบเท่า อิสระตามอัธยาศัย

     

  •   วันที่-2 เดลลี -เมืองเลห์ (พระราชวังเลห์ – เจดีย์สันติภาพ-เมืองเชย์-วัดธิคเซย์)
    03.30 น.                   
    เช้าปลุกตื่น                
    04.30 น.                   
    เดินทางไปสนามบินภายในประเทศ   บริการอาหาร แบบกล่อง
    06.15 น.                  
    เดินทางสู่เมืองเลห์ โดยสายการบิน JET AIRWAYS เที่ยวบินที่ 9W2366 (ใช้เวลาบิน 1 ชั่วโมง 20 นาที)
    ตอนเช้าจากนิวเดลีเที่ยวบินนี้เป็นหนึ่งในเที่ยวบินที่น่าตื่นเต้นที่สุดในโลก ในวันที่ชัดเจนจากด้านหนึ่งของเครื่องบินที่สามารถเห็นได้ในระยะทางที่ยอดของ K2,Nanga Parbat, Gasherbrum และในด้านอื่น ๆ
    07.45 น.                  
    เดินทางถึงสนามบินเมืองเลห์เมืองศูนย์กลางของการท่องเที่ยวเป็นเมืองที่อยู่ในความสูงระดับ 3,505 เมตรจากระดับน้ำทะเล และยังคงมีมีกลิ่นอายวัฒนธรรมของชาวทิเบตหลงเหลือให้เห็นอากาศเบาบาง
    จากนั้น                      นำท่านเข้าโรงแรม พร้อมรับประทานอาหารเช้า
    หลังอาหารให้ท่านได้พักผ่อนเพื่อปรับสภาพอากาศที่เบาบาง เนื่องจากเลห์อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลราว 3,500 เมตรจากระดับน้ำทะเลหากอยู่ที่สูงแนะนำให้ดื่มน้ำบ่อยๆค่ะเพราะอากาศค่อนข้างแห้งและเบาบางทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำได้ง่ายและจำนวนมากซึ่งทางทีมงานมียาป้องกันโรคแพ้ความสูงให้รับประทานก่อนเดินทางมายังเมืองเลห์
    “เลห์ เมืองหลวงของแคว้นลาดักห์
     
    เขตแคชเมียร์ประเทศอินเดียมีอีกชื่อคือทิเบตน้อย(Little Tibet)เพราะวัฒนธรรมส่วนใหญ่มาจากทิเบต เลห์เป็นเมืองเล็กๆในอ้อมกอดแห่งขุนเขาอยู่สูงเหนือระดับน้ำทะเลถึง12,00 ฟุต หรือรวม 3500 เมตร ที่นี่มีส่วนผสมของวัฒนธรรมและเชื้อชาติที่หลากหลายเดินไปไหนก็เห็นแขกอินเดีย แขกขาวแบบปากีสถาน บางคนหน้าออกไปทางจีนและธิเบต ผู้คนแถบนี้ยิ้มแย้มแจ่มใส ใจดี ใช้ชีวิตแบบช้าๆ อยู่กับธรรมชาติ
    12.30 น.  
    บริการกลางวัน ณ โรงแรม
    13.30 น.                    
    นำท่านเดินทางไปชมพระราชวังเลห์ (Leh Palace)
     
    โบราณสถานบนเนินเขาที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากจัตุรัสกลางเมืองเลห์สร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 17เคยเป็นพระตำหนักที่ประทับของราชวงศ์แห่งลาดัก จากจัตุรัสกลางเมืองเลห์เคยเป็นพระตำหนักที่ประทับของราชวงศ์แห่งลาดัก  
    จากนั้นเดินทางต่อไปยังวัด Tsemo  Gompa
     
    และ ป้อมปราการ Tsemo และไปชม เจดีย์สันติภาพ (Shanti Stupa) 
     
    ชมพระอาทิตย์ตกดินเจดีย์สันติภาพตั้งอยู่บนเขาเป็นจุดที่สามารถมองเห็นวิวเมืองเลห์ในมุมสูงได้อย่างโรแมนติกและงดงามมากค่ะ เจดีย์นี้สร้างโดยญี่ปุ่นเพื่อประกาศพระศาสนาและจรรโลงสันติภาพ.....สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ที่พัก
    ค่ำ                           บริการ อาหารค่ำ ณ โรงแรม อิสระตามอัธยาศัย
    ที่พัก HOTEL HOLIDAY LADAKH ในเมืองเลห์ (คืนที่2) หรือ เทียบเท่า
    ***หมายเหตุ- เพื่อป้องกันเกิดอาการแพ้ความสูง ควรกินยาป้องกันโรคแพ้ความสูง หรือ Attitude Sickness ในคืนนี้***

     

  •   วันที่-3 เมืองเลห์-หุบเขานูบรา “หุบเขาแห่งดอกไม้” - ถนนที่สูงที่สุดในโลก Khardung La Pass
    07.00 น.                  
    บริการอาหาร ณ ที่พัก 
    08.00 น.                   
    ออกเดินทางไปยัง “วัดเฮมิส” (Hemis Gompa) 
     
    เป็นวัดที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากวัดติ๊กเชย์ เป็นวัดหลักของนิกายนิงมาปะ หรือนิกายหมวกแดงที่ใหญ่และสำคัญที่สุดในแคว้นลาดัก และยังมีรูปปั้นองค์ปัทมาสมภพที่ใหญ่ที่สุดตั้งอยู่ในวัดแห่งนี้ด้วย สมควรแก่เวลาเดินทางสู่ Matho Gompa  เป็นวัดพุทธทิเบต อยู่ห่างจากตัวเมืองเลห์ทางตะวันออกเฉียงใต้ 26 กม. ฝั่งแม่น้ำสินธุ สามารถมองเห็นวัดติ๊กเซ่ได้จากที่วัดแห่งนี้ ก่อตั้งขึ้นในศตวรรษที่ 1410 โดยลามะ Dugpa Dorje.
    12.30 น.  
    บริการกลางวัน ณ ภัตตาคาร/โรงแรม
    13.30 น.                    
    นำท่านเที่ยวชมวัดทิกเซ่ (Thiksey Gompa) 
     
    เป็นวัดที่ตั้งโดดเด่นอยู่บนเนินเขามีภูมิทัศน์ที่สวยงาม วัดนี้ก่อตั้งเมื่อศตวรรษที่ 15 เป็นวัดในนิกายเกลุกปะ หรือ นิกายหมวกเหลือง (นิกายเดียวกับดาไลลามะองค์ปัจจุบัน) ที่วัดยังมีพระศรีอาริยเมตไตรย์ ซึ่งถือเป็นมาสเตอร์พีซฝีมือช่างศิลป์ ใช้เวลาสร้างถึง 2 ปีด้วยกัน  

    จากนั้น      เดินทางต่อไปยัง พระราชวังเชย์ (Shey Palace) 

    เมืองเชเคยเป็นเมืองหลวงที่เก่าแก่ที่สุดของลาดัก  ในช่วงก่อนศตวรรษที่ 15 เป็นพระราชวังฤดูร้อนมีอายุราว 500 ปีของกษัตริย์ผู้เคยยิ่งใหญ่ในอดีต พระราชวังหลวงและพระอารามสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 16 เพื่อเป็นที่ประทับของกษัตริย์ และประดิษฐานพระพุทธรูปทองแดงที่สูงใหญ่ขนาดตึกสามชั้น สร้างโดยกษัตริย์  Deldan Namgyal  และโปรดเกล้าให้สร้างสถูป Numgyal Chorten หรือสถูปแห่งชัยชนะ (Victory Stupa) ที่ด้านบนของสถูปสร้างด้วยทองคำบริสุทธิ์ ……สมควรแก่เวลาเดินทางกลับตัวเมืองเลห์

    ค่ำ                            บริการ อาหารค่ำ ณ โรงแรม อิสระตามอัธยาศัย
    ที่พัก HOTEL HOLIDAY LADAKH ในเมืองเลห์ (คืนที่3) หรือ เทียบเท่า
    “สำคัญมาก”..คืนนี้จัดกระเป๋าขนาดเล็กสำหรับเดินทางไปพักที่นูบร้าวัลเล่ย์ 1 คืน โดยเราจะฝากกระเป๋าใบใหญ่ไว้ที่โรงแรม

     

  •   วันที่-4 หุบเขานูบรา– วัดเดสกิต- วัด Samstemling Gompa - Khardung La - เมืองเลห์
    07.00 น.                  
    บริการอาหาร ณ ที่พัก
    08.00 น.                   
    จากนั้นพาท่านเดินทางสู่ นูบร้าวัลเล่ย์ (Nubra Valley)
     
    (ใช้เวลาประมาณ 5-6 ชั่วโมง) โดยวันนี้เราจะใช้เส้นทางถนนที่สูงที่สุดในโลก  Khardung La Pass ที่ระดับความสูงราว 5,600 เมตร จากระดับน้ำทะเลเป็นเส้นทางที่สวยมาก จากจุดนี้เราสามารถมองเห็นเทือกเขาคาราโครัมในประเทศปากีสถานได้เลย และที่จุดสูงสุดนี้เราจะไม่ให้คณะอยู่นานนัก เพราะอากาศที่เบาบางอาจทำให้เราแพ้ความสูงและไม่สบายได้“นูบร้าวัลเล่ย” (Nubra Valley) หรือหุบเขาแห่งดอกไม้ทางเหนือของเมืองเลย์ ชมดอกไม้นานาพันธุ์ เช่นดอกแอปเปิ้ล สวนแอปริคอต และนกนานาชนิด เส้นทางนี้เป็นเส้นลางลัดเลาะหุบเขา
     
    12.30 น.  
    บริการกลางวัน ณ ณ ภัตตาคาร/โรงแรม
    บ่าย                         
    เดินทางต่อไปยัง หุบเขานูบราวัลเลย์
     
    และ แวะวัดเดสกิต (Deskit Monastery)
     
    ตั้งอยู่บนเนินเขาเป็นจุดชมวิวที่สวยงาม วัดดิสกิตเป็นวัดที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในหุบเขานูบรา ภายในประดิษฐานพระศรีอาริยเมตไตขนาดใหญ่มากมองเห็นได้จากทั่วทุกซอกมุมของนูบร้าวัลเลย์ และตัววัดก็มีฉากหลังเป็นยอดเขาหิมะที่สวยงาม วัดเก่าแก่อายุมากกว่า 500 ปี
    จากนั้นนำท่านสนุกสนานกับการ ขี่อูฐ ที่ทะเลทรายบนเทือกเขาหิมาลัย
     
    (ไม่รวมอยู่ในค่าบริการประมาณ 500-1,000 รูปี)ชมวิวทิวทัศน์อันสวยงามของหุบเขานูบรา ที่นูบร้าวัลเล่ย์เป็นแหล่งปลูกแอปเปิ้ลและแอปปลิคอท มากมาย  และมีอากาศไม่หนาวมากนักสบายๆ ในความสูงระดับประมาณสองพันกว่าเมตร ดังนั้นจึงเป็นเมืองที่สบายๆคล้ายกับบ้านเรา
    ค่ำ                           
    บริการ อาหารค่ำ ณ โรงแรมหลังอาหารอิสระพักผ่อน
     
    ที่เข้าที่พัก ณ  NATURE’S NEST NORTH CAMP(คืนที่4)  หรือเทียบเท่า

     

     
  •   วันที่-5 เมืองเลห์ – ทะเลสาบพันกอง-เมืองเลห์
    07.00 น.                  
    บริการอาหาร ณ ที่พัก
    จากนั้น   สมควรแก่เวลา เดินทางกลับเมืองเลห์ ...ก่อนอำลา “หุบเขาดอกไม้”
     
    นำท่าน ผ่านหมู่บ้านซูเมอร์
    แวะชมวัดซัมสทันลิ่ง ( Samstanling Monastery)
     
    วัดพุทธสไตล์ทิเบต ของนิกายหมวกเหลือง ที่มีความเก่าแก่มากกว่า 100 ปีเป็นวัดที่มีพระและเณรจำนวนมาก มีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่อนุรักษ์ดูแลไว้เป็นอย่างดี...จากนั้นเดินทางสู่เมืองเลห์  ข้ามคาร์ดุงลา “Khardung La” ถนนที่สูงที่สุดในโลก อีกรอบผ่าน ใช้เวลาประมาณ 5-6 ชั่วโมง โดยใช้เส้นทางผ่าน Khardungla Pass เส้นทางเดิมที่มา
     
    เที่ยง                
    บริการอาหารกลางวัน ระหว่างทาง
    16.00 น.                  
    ถึงเมืองเลห์ (Leh)  เมือง Leh Ladakh
     
    เมืองทางเหนือของประเทศอินเดียที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขาหิมะ ธรรมชาติแสนยิ่งใหญ่ และวัฒนธรรมของชาวลาดักห์ ใครบอกอินเดียไม่มีของดี “หิมาลายัน ฮอลิเดย์” ยืนยันว่ามี และมีเยอะมากๆๆ ที่นี่คือสวรรค์บนดินของนักเดินทางอย่างแท้จริง...….มา เห็น เลห์ ลาดักห์ ด้วยตาคุณเองสักครั้งหนึ่งในชีวิต
    จากนั้นชม Tsemo Gompa
     
    เป็นวัดที่สร้างใน ค.ศ. 1430 ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปสูงขนาดตึก 3 ชั้น และพระคัมภีร์เก่าแก่ วัดนี้เป็นจุดชมวิวอีกจุดหนึ่ง ที่สามารถเห็นตัวเมืองเลห์ได้อย่างสวยงาม
    ค่ำ                           
    รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมอิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย

                    เข้าพัก ณ Hotel Holidays  Ladakh (คืนที่5) หรือเทียบเท่า 

  •   วันที่-6 เมืองเลห์-วัดเฮมิส - พิพิธภัณฑ์ สตอคพาเลซ-ถนนเมนบาร์ซาร์
    06.30 น.                  
    บริการอาหาร ณ ที่พัก
    07.00 น.                  
    จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ “ทะเลสาบพันกอง” (Pangong Lake)
     
    ระดับความสูง 4,350 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ระยะทาง 320 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมงโดยนั่ งรถผ่านถนนเส้นที่สูงเป็นอันดับ 3 ของโลก Chang La pass ระหว่างทางขึ้นมันก็สวยแบบเกินคำบรรยาย...
    เที่ยง                        
    บริการอาหารกลางวัน ระหว่างทาง
    ชมความงามของ ทะเลสาบพันกอง (Pangong Lake)
     
    ซึ่งมีความยาวถึง 40 ไมล์ และกว้าง 2-4 เป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่อยู่สูงสุดในโลกคือ มีความสูงถึง 4300 เมตร จากระดับน้ำทะเล ชมความงามของทะเลสาบที่มีภูเขาสูงเป็นฉากหลัง น้ำในทะเลสาบแห่งนี้มีสีสันที่งดงามมาก โดยเฉพาะในช่วงเย็นน้ำจะมีสีน้ำเงินเข้ม ส่วนในช่วงเช้าจะมีสีที่อ่อนกว่า และพื้นที่ 75% ของทะเลสาบอยู่ในดินแดนทิเบต อีก 25% อยู่ในเขตของประเทศอินเดีย ..อิสระถ่ายรูปกับ ทะเลสาบพันกอง เป็นวิวที่เรียกว่า ได้รับความนิยมสูงสุดของเลห์..
                                     
    ได้เวลาอันสมควร.. จากนั้นเดินทางกลับสู่เมืองเลห์ โดยใช้เส้นทางเดิม โดยการเดินทางในวันนี้จะผ่านจุดที่สูงที่สุดของถนนสายนี้คือประมาณ 5,300 เมตรจากระดับน้ำทะเล
    เรียกจุดนี้ว่า Chang La Pass เราจะจอดให้ท่านได้ถ่ายรูปสักครู่
     
    ไม่ควรอยู่นานเกินไปเพราะจะทำให้เราไม่สบายได้..ออกเดินทางต่อค่ะ เพลิดเพลินกับวิวสองข้างทางเปิดโอกาสให้จอดถ่ายรูปเป็นระยะๆ  ถึงเมืองเลห์...นำท่านเดินเล่น ช็อปปิ้งเลือกซื้อสินค้าของฝาก ของที่ระลึก ที่ถนนเมนบาร์ซาร์
    ค่ำ                           
    รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมอิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย

     

    ที่พัก  HOTEL HOLIDAY LADAKH ในเมืองเลห์ (คืนที่6)  หรือ เทียบเท่า

     

  •   วันที่-7 เมืองเลห์ - เดลลี - กรุงเทพฯ
    06.30 น.                  
    บริการอาหาร ณ ที่พัก
    07.00 น.                  
    จากนั้นนำท่านเดินทาง สู่สนามบินเลห์
    07.40   น.                 
    เหินฟ้ากลับเดลี โดยสายการบิน  JET AIRWAYS  เที่ยวบินที่  9W 2369    
    09.10   น.                 
    เดินทางถึงสนามบินเดลี หลังจากที่ได้กระเป๋าและสัมภาระครบแล้ว  นำท่านเดินทางเช็คอินต่อ ที่เคาท์เตอร์สายการบิน JET AIRWAYS ผ่านพิธี ตม. จากนั้น
    รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 23) ภายในสนามบินโดยมี Cash Back กลับให้ท่านคนละ 500 รูปี
    14.00 น.                   
    เหินฟ้ากลับกรุงเทพฯ  โดย สายการบิน JET AIRWAYS   เที่ยวบินที่ 9W 66
    19.45 น.                   
    ถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ 
  •   อัตรานี้รวม

    1.เครื่องบิน กรุงเทพ-เดลี-เลห์-เดลี-กรุงเทพ

    2.ค่าโรงแรมที่พัก พักห้องละ 2 ท่าน

    3.ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุ  / น้ำดื่มวันละ 2 ขวด 

    4.ค่ารถโค้ชปรับอากาศ ที่เดลี ,  และ ค่ารถ Toyota Innova ที่เลห์ แบบไม่ปรับอากาศ นั่งคันละ 4 ท่าน เพื่อความสะดวกในการถ่ายภาพจับจองคนละหน้าต่างรถ

    5.ค่าธรรมเนียมในการขอวีซ่า ประเทศอินเดีย สำหรับหนังสือเดินทางไทย

    6.ค่าประกันภัยการเดินทางวงเงิน1ล้านบาทต่อท่าน(วงรักษาพยาบาลเงินไม่เกิน5แสนบาท)แต่ทั้งนี้ย่อมอยู่ในข้อจำกัดที่มีการตกลงไว้กับบริษัทประกันชีวิต

    หมายเหตุ : ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมโดยไม่แจ้งให้ท่านทราบ ทั้งนี้อาจมีสาเหตุเช่น ช่วงเทศกาล , ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นตามภาวะตลาดโลก
  •   อัตรานี้ไม่รวม
    อัตราค่าบริการไม่รวม :
    1. ค่าจัดทำหนังสือเดินทาง ( PASSPORT) และค่าทำใบอนุญาติที่กลับเข้าประเทศของคนต่าชาติ หรือ คนต่างด้าว
    2. ค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในรายการและค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่างๆ เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ฯลฯ
    3. ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (ถ้ามี)
    4. ค่าทำเอกสารผู้ถือต่างด้าว
    5. ค่าวีซ่าที่มีค่าธรรมเนียมแพงกว่าหนังสือเดินทางไทย
    6. ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% (กรณีออกใบกำกับภาษี)
    7. ค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต 3 % (กรณีชำระผ่านบัตร)
    8. ค่าน้ำหนักเกินพิกัดตามสายการบินกำหนด 20 กิโลกรัมและกิจกรรมต่างๆตามฤดูกาลเช่นขี่จามรี,สกี ฯลฯ
    9. ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น,พนักงานขับรถและพนักงานบริการ วันละ 5USD/วัน/ท่าน
    10. ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทยแล้วแต่ความประทับใจในการบริการ
    การให้ทิปตามธรรมเนียม ทางบริษัทฯมิได้มีผลประโยชน์ใดๆทั้งสิ้นขึ้นอยู่กับการพิจารณาของท่านเพื่อเป็นกำลังใจให้กับไกด์ และคนขับรถ
    เอกสารประกอบการขอวีซ่า มีระยะเวลาในการทำวีซ่า ประมาณ 3 วันทำการ ไม่รวมเสาร์ – อาทิตย์

    1.รูปถ่ายสี (ถ่ายมาไม่เกิน 3 เดือน ขนาด 2×2 นิ้ว) 2 รูป พื้นหลังสีขาว

    2.หนังสือเดินทางมีอายุมากกว่า 6 เดือน และมีหน้าว่างอย่างน้อย 2 หน้า

    3.สำเนาบัตรประชาชน 1 ชุด

    4.สำเนาทะเบียนบ้าน 1 ชุด

    5.สำเนาหน้าพาสปอร์ต 2 ชุด

    สำเนาหน้าวีซ่าที่เคยเดินทางไปประเทศอินเดีย 1 ชุด (หากมี)เที่ 

49,900 THB / Person
DOWNLOAD PDF

BOOKING TOUR

Adults

Children

* Prices for person

TIBET
7 วัน 6 คืน

ทิเบต หลังคาโลก

ลมหายใจแห่งภูผา...มนตราแห่งกงล้อภาวนา Highest Railway in the World ลาซา - รถไฟสายประวัติศาตร์ - ซีหนิง - หลันโจว
INDIA
8 วัน 6 คืน

Chaming รัฐราชาสถาน

รัฐราชาสถาน...ดินแดนฟ้าจรดทราย ท่องดินแดนมหาราชา....เยือน...เมืองโรแมนติกแห่งดินแดนโรตี แคว้นราชาสถานแห่งอินเดีย...กับอารยธรรมกลางทะเลทราย
INDIA
8 วัน 6 คืน

สังเวชนียสถาน อินเดีย-เนปาล

นำท่านจาริกธรรม บำเพ็ญบุญ ตามรอยบาทพระศาสดา ณ ประเทศอินเดีย-เนปาล นมัสการพุทธสังเวชนียสถานทั้ง 4 ประสูติ-ตรัสรู้-ปฐมเทศนา-ปรินิพพาน
NEPAL
5 วัน 4 คืน

ไฮไลท์...เนปาล...

กาฐมัณฑุ-ปาทัน(ลลิตาปูร์)-ปัคตาปูร์-นากาก๊อต-โภครา “เนปาลดินแดนในฝัน ที่งดงามด้วยต้นแบบศิลปะและวัฒนธรรมที่งดงามอีกทั้งเอกลักษณ์ที่โดดเด่นชัดเจน สถาปัตยกรรมไม้ที่สืบทอดนับพันปี และวิถีชีวิตที่ยังคงความดั้งเดิม ”