himalayanholidays@yahoo.com

02-2357583-4, 02-2357572

จันทร์-วันศุกร์ 09.00 - 18.00 น. / เสาร์ 09.00 - 14.00 น

PAKISTAN


ปากีสถาน เสน่ห์รัฐอิสลาม Green Season

Green Season of Pakistan

*** เลียบ “หิมาลัย” คาราโครัม ไฮเวย์ สูงที่สุดสวยที่สุด....
ตักศิลา แหล่งพระพุทธภูมิโบราณ ในยุคคันทราราฏษ์อดีตนครหลวงพุทธศาสนา..

ฮุนซ่า..เมืองที่มีคนอายุยืนที่สุดในโลก***

 ปากีสถาน ณ วันนี้ ร่วมเดินทางไปเปิดมุมมองของปากีสถาน...เราจะแสดงให้คุณเห็นว่าประเทศปากีสถาน สวรรค์ในดงระเบิดนั้น...สวยงามเพียงใด...แต่เขามีความสวยงามทางธรรมชาติที่หลายประเทศเทียบไม่ไกด้ และคนที่น่ารัก..ธรรมชาติที่สวยสุดยอด การบริการราวกับว่า้เราเป็นคนสำคัญ ความหลากหลายทางวัฒนธรรม ประเพณี สิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณลืมทุกอย่าง ภาพที่มันน่ากลัว ข่าวที่กระจายไปทั่วโลก..ร่วมเดินทางไปเปิดมุมมอง และเปิดโลกกว้างในประสบการณ์ครั้งใหม่ของคุณ ที่ปากีสถาน..กับ หิมาลายัน ฮอลิเดย์ เสน่ห์รัฐอิสลามที่ยากไปเยือนและยากจะลืม

 

 

กำหนดการเดินทางปี 2560 : 23 มิ.ย.- 7 ก.ค. / 14-25 ก.ค. / 11-22 ส.ค (วันแม่) / 22 ก.ย. - 3 ต.ค. 2560

โดยสายการบินไทย TG

** อัตราค่าบริการปากีสถาน 12 วัน 10 คืน (เนื่องจากเป็นตั๋วราคาพิเศษ จึงไม่สามารถ Refund ได้)

กำหนดการเดินทาง

ผู้ใหญ่/ท่าน

(ห้องละ 2 ท่าน)

พักเดี่ยวเพิ่ม

23 มิ.ย. - 7 ก.ค. 60

14-22 ก.ค. 60

11-22 ส.ค. 60 (วันแม่)

22 ก.ย. - 3 ต.ค. 60

 

66,900.-





 

13,500.-





 

บริษัทของสงวนสิทธิ์ในกรณีมีผู้เดินทางไปถึง16 ท่านขึ้นไปในการเปลี่ยนแปลงราคาทัวร์หรือยกเลิกการเดินทาง เมื่อท่านชำระเงินมัดจำบริษัทฯถือว่าท่านได้อ่านและทำความเข้าใจโปรแกรมการเดินทางครั้งนี้แล้ว

 

GALLERY

PACKAGE DETAIL

  •   วันแรก กรุงเทพฯ – อิสลามาบัด (ประเทศปากีสถาน)
    16.00น.      
    คณะพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น4  ประตู 4 เคาน์เตอร์การบินไทย หมายเลข  H1 – H18 และ  J3 – J16 สายการบินไทย (TG) พบเจ้าหน้าที่บริษัท คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกเรื่องสัมภาระและเอกสารการเดินทางแก่ท่าน
    19.00น.      
    ออกเดินทางจาก กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG349  บินตรงสู่เมืองอิสบามาบัด ประเทศปากีสถาน
    (ใช้เวลาเดินทาง 5 ชม. 10 นาที) บนเครื่องบริการอาหารและเครื่องดื่มตลอดการเดินทางและพักผ่อนบนเครื่องเวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 2 ชม.)
    22.10น.      
    เดินทางถึงสนามบิน Benazir Bhutto เมืองอิสลามาบัด เมืองหลวงของประเทศปากีสถาน... นำท่านผ่านกระบวนการ ตรวจคนเข้าเมืองและตรวจรับสัมภาระพร้อมแล้ว..ขอนำท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก..ไม่ไกลจากสนามบิน 
     
    Welcome to Islamabad (Pakistan)
     
    “เมืองอิสลามาบัด” (Islamabad) ตั้งแต่ทศวรรษที่ 1960 เป็นต้นมาเมืองอิสลามาบัดได้กลายเป็นเมืองหลวงของปากีสถาน โดยได้มีการวางแผนก่อสร้างอย่างเป็นระเบียบและรอบคอบ แบ่งเป็นสัดส่วนด้วยถนนสายต่างๆ ที่สะอาดสะอ้านและร่มรื่นด้วยแนวต้นไม้ ภูเขา Margalla ซึ่งเป็นเชิงเขาหิมาลัยให้ความร่มรื่นกับเมืองเส้นทางเดินทางไกลหลายเส้นทางสิ้นสุดลงที่ Daman-e-Koh ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่งดงามของทั้งเมืองอิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย

    ที่พัก ณ BEST WESTERN Regency Hotel in Islamabad หรือเทียบเท่า

  •   วันที่สอง อิสลามาบัด-ชีลาส
    07.00 น.      
    บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม
    08.00 น.     
    นำท่านออกเดินทางจากเมืองอิสลามาบัดโดยรถไปยัง เมืองชีลาส ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมง
    เมืองชีลาส” เมืองหนึ่งบนเส้นทางคาราโครัมไฮเวย์ (ใช้เวลาประมาณ 8-9 ชั่วโมง) บนเส้นทาง “คาราโครัม ไฮเวย์”เส้นทางในฝันของนักเดินทางมืออาชีพ เป็นที่รู้จักกันในชื่อที่เรียกสั้นๆว่า KKH เป็นถนนที่เชื่อมโลกสองโลกเข้าด้วยกันคือ โลกตะวันตกและโลกตะวันออกโดยผ่านเอเชียกลางดินแดนที่เป็นที่ชุมนุมของเทือกเขาสำคัญของโลกถึงสามเทือกเขาด้วยกันคือ เทือกเขาหิมาลายัน คาราโครัมและฮินดูกูซ สามเทือกเขาที่บรรจบกันเบื้องหน้า….KKH เริ่มสร้างตั้งแต่ปีค.ศ.1960-1980 เพื่อเชื่อมสองปะเทศเข้าด้วยกันคือ ปากีสถานและจีน รวมทั้งยังสามารถเปิดเส้นทางสู่ประเทศอื่นๆในแถบเอเชียกลางเช่น ทาจิคสถาน อัฟกานิสถาน เป็นต้น โดย KKH ถูกสร้างตัดผ่านกุลจีราฟ ซึ่งเป็นช่องทางการค้าที่สูงที่สุดในโลก (16200 ฟุต) KKH ตั้งต้นที่เมืองคัชการ์ แคว้นซินเจียงประเทศจีนไปจนถึงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถาน ตัดผ่านภูมิภาคส่วนที่หนาแน่นไปด้วยยอดภูเขาและเทือกเขาสูงระดับโลก ผ่านทิวทัศน์ที่สุดแสนมหัศจรรย์ เส้นทางคาราโครัมไฮเวย์ในส่วนของประเทศปากีสถานมีความยาว 887 กิโลเมตร เริ่มต้นจากภูมิภาคกิลกิตบัลติสตานของปากีสถานไปจรดเขตชายแดนกุลจีราฟพาส และเชื่อมต่อในส่วนของประเทศจีนเป็นระยะทาง 413 กิโลเมตรเข้าสู่เส้นทางสายไหมโบราณ (Ancient Silk Road)
     
    เที่ยง           
    บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร  ระหว่างทาง
    จากนั้นออกเดินทางต่อนำท่านออกเดินทางต่อสู่ **เมืองชีลาส Chilas** บนเส้นทางคาราโครัมไฮเวย์ ระหว่างทางมีแวะถ่ายรูปตามจุดวิวต่างๆ ถึงเมืองชิลาสนำท่านชม โขดหินจารึกภาพเขียนโบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์ของเมืองชีลาส (CHILAS ROCK CRAVING) ซึ่งโขดหินจารึกเหล่านี้จะปรากฏให้เห็นเป็นระยะตลอดเส้นทางสายไหม เส้นทางที่เคยมีพ่อค้าวาณิชมากมายผ่านไปมา โดยที่เมืองชีลาสนี้ ถือเป็นจุดศูนย์รวมโขดหินจารึกภาพโบราณที่ยิ่งใหญ่ที่สุด มีการค้นพบหลักฐานมากกว่า 20000 ชิ้นเกี่ยวกับศิลปะโบราณและภาพเขียน โดยระหว่างทางท่านจะเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามแปลกตาไปอีกแบบ ทั้งต้นไม้ บ้านเรือน หรือผู้คน ชิลาสเป็นเมืองเล็กๆที่อยู่ใกล้กับเมืองกิลกิต
    ค่ำ       
    บริการอาหารค่ำ ณ โรงแรม ที่พัก Shangri-La Resort Chilas หรือเทียบเท่า
  •   วันที่สาม ชีลาส-แฟรี่มีโดวส์-ยอดเขานังกาปาบัด
    07.00 น.      
    บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม
    08.00 น.      
    นำท่านออกเดินทางสู่แฟลี่มิโดวส์  (fairy meadows) เส้นทางแห่งการตื่นรู้ บนเส้นทางประตูนางฟ้า ทุ่งหญ้าเทพนิยาย... เป็นเส้นทางท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งบนเส้นทางคาราโครัมไฮเวย์ที่สวยงามอยู่ระหว่างเมือง Gilgit และ Chilas ที่นี่เป็น........จุดเริ่มต้นสำหรับการเดินป่าสู่ยอดเขานังกาพาร์บัต“nanga parbat” และถูกประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติในปี ค.ศ.1995“Fairy Meadows” ( ในภาษาเยอรมันเรียกที่แห่งนี้ว่า Marchenwiese "ทุ่งหญ้าเทพนิยาย") ตั้งชื่อโดยนักปีนเขาชาวเยอรมัน ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะJoot   Fairy Meadowsเป็นทุ่งหญ้าที่ล้มอรอบไปด้วยป่าด้านข้างมีธารน้ำแข็ง Raikot เลยจากป่าไปจะเห็นยอดเขานังกาพาร์บัต ทุ่งหญ้าแห่งนี้อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 3,300 เมตร
    เที่ยง           
    บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร  ระหว่างทาง
    การเดินทางสู่ Fairy Meadows.. เริ่มต้นจากการนั่งรถจากคาราโครัม ไฮเวย์ เปลี่ยนเป็นรถจี๊ปที่สะพาน Raikot เพื่อเข้าสู่หมู่บ้าน Tato ระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตรหลัง จากนั้นจะเป็นการเดิน Trek ระยะสั้นประมาณ 5 กิโลเมตรเพื่อเข้าสู่ Fairy Meadows ใช้เวลาประมาณ 2 ชม. หรือ ท่านสามารถเลือกขี่ม้าสู่ Fairy meadows ก็ได้ (ประมาณท่านละ 500 บาทต่อเที่ยว  รวม ขึ้น-ลงประมาณ 1,000บาท ค่าขี่ม้าไม่รวมในค่าทัวร์)ดังนั้นการมาเที่ยวที่แฟรี่มีโดวส์ จำเป็นต้องเตรียมตัวสำหรับการเดินเทรค ทั้งรองเท้าสำหรับเทรค หรือ กระเป๋าเป้ระหว่างเดินทางและจัดเตรียมเสื้อผ้าสำหรับค้างคืนข้างบนจำนวน 1 คืน ข้างบนอากาศหนาว หากเป็นฤดูหนาวหิมะปกคลุม เดินขึ้นลำบากบางครั้งก็ปิดไม่ให้ท่องเทียวข้างบนด้วยนะคะเนื่องจากหนาวมากและหิมะปกคลุมเยอะเดินทางลำบาก 
    จุดเริ่มต้น...Trekking สู่ยอดเขา...Nanga Parbat เป็นยอดเขาที่สูงเป็นอันดับ 9 ของโลก สูง 8,126เมตร นังกาปาร์บัตแปลว่า “ยอดเขาเปลือย”แต่เป็นที่รู้จักกันว่า “ภูเขากินเลือด” (Killer Mountain) เพราะเป็นภูเขาที่มีอันตรายที่สุดในบรรดายอดเขาแปดพันเมตร (ยอดเขาสิบสี่ยอดที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 8,000 เมตร หรือ 26,000 ฟุต) สิบสี่ยอดในการพิชิตโดยเฉพาะในครึ่งแรกของคริสต์ศตวรรษที่ 20 ที่ผู้เสียชีวิตมากมายในการพยามที่จะพิชิตยอดเขานี้แต่หลังจากนั้นมาอันตรายก็ลดน้อยลงแต่ก็ยังเป็นภูเขาที่ยากที่จะปีน
     
    ค่ำ       
    บริการอาหารค่ำ ณ โรงแรม ที่พัก Wood Cottage หรือเทียบเท่า
  •   วันที่สี่ แฟรี่มีโดวส์-Naltar Valley-เมืองกิลกิต
    ยามเช้า       
    อิสระถ่ายรูปบันทึกภาพแห่งความประทับใจและธรรมชาติที่สวยงาม จุดชมวิว Fairy Meadow Zero Point ซึ่งต้องเดินเท้าขึ้นเขาไปกับบรรยากาศของธารนํ้าแข็ง บนยอด Nanga Parbert 
    08.00 น.  
    บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม
    จากนั้นนำท่านลงจากเขา Fairy Meadow ลงจากเขาแล้วต่อรถจี๊ปเหมือนเดิม.. .วิวระหว่างทางสวยจริงๆ 2 ชั่วโมงที่นั่งอยู่บนหลังม้าหรือ เดินไม่รู้สึกเบื่อเลย...ต่อรถจิ๊บลัดเลาะไปตามขอบเขาเรื่อยๆ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม.ไปชม Naltar Lake ต่อชม ทะเลสาบเสร็จนั่งรถจี๊ปกลับตื่นเต้นเร้าใจให้กับการเดินทางพลิดเพลินกับการถ่ายรูปมากๆ เป็นธรรมชาติแปลกตาที่ไม่คิดว่าครั้งหนึ่งในชีวิตจะได้มาเห็นหนทางนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ…อำลาแฟรี่มิโดวส์ (Fairy Meadows)…ท่านจะลืมนางฟ้าทุ่งหญ้าเทพนิยายนี้แน่นอน... "ปากีสถาน" สวยจนตะลึง    จนถึงรถโค๊ชของเรา และเดินทางต่อไปยังกิลกิต
    เที่ยง           
    บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร  ระหว่างทาง
    จากนั้นเดินทางต่อไปเมืองกิลกิต(Gilgit) (ประมาณ7ชม.)ที่ตั้งอยู่บนเชิงเขาคาราโครัม พื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองนี้เต็มไปด้วยภูเขาซึ่งภูเขาที่นี้มีความน่าสนใจอย่างมากเพราะได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งความงามบริสุทธ์ที่ถูกตกสำรวจจากชาวโลก นอกจากนี้เมืองกิลกิตยังเป็นเมืองสำคัญที่เส้นทางสายไหมในอดีตตัดผ่านและใช้เป็นเส้นทางการเผยแผ่ศาสนาพุทธจากอินเดียสู่ดินแดนต่างๆ ในเอเชีย ทำให้พบหลักฐานทางพุทธศาสนาในเมืองนี้เป็นจำนวนมาก 
    ค่ำ              
    อาหารค่ำ ณ โรงแรม ที่พักเมือง Rivaria Hotel (Gilgit) หรือเทียบเท่า
  •   วันที่ห้า 9กิลกิต(Gilgit)-กากูช(Gakuch)-กูปีส(Gupis)-หมู่บ้านพันเดอร์(Phander Valley)
    07.00 น.  
    บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม
    08.00 น.     
    ออกเดินทางจากเมืองกิลกิต สู่ เมืองกูปีส (ประมาณ 4ชม.) ระหว่างผ่าน เมือง กากูซ Gakuch เรียกว่าเป็นเมืองหลวงของเขตหุบเขา Ghizar ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเทือกเขาฮินดูกูช ( Hindu Kush) ตลอดเส้นทางจะขนานไปกับแม่น้ำกีซาร์ (Ghizer) ที่คดเคี้ยวไปมา แต่ละโค้งของแม่น้ำ สวยงามไปด้วยวิวของยอดเขาสีเทาอมฟ้า มีสีขาวของหิมะอยู่บนยอด ขนาบไปด้วยแม่น้ำเขียวอมฟ้า สวยงาม หุบเขากีซาร์ เป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยโตรกผา ลำธาร แม่น้ำกีซาร์ ที่มีน้ำสีเขียวใสแจ๋วไหลผ่าน บางช่วงแม่น้ำก็ขยายกว้างเป็นทะเลสาบ ซึ่งมีอยู่หลายแห่งมาก จนได้รับสมญานามว่า The land of Lakes เป็นทะเลสาบสีเขียวเทอร์คอยซ์ ในหุบเขาเต็มไปด้วยพืชเมืองหนาวเช่น แอ๊ปเปิ้ล เชอรี่ แอ็ปปริคอต วอลนัท ระหว่างฤดูใบไม้ผลิ เดือนเมษายน พืชพรรณเหล่านี้จะออกดอกบานสะพรั่ง ชมพู ขาว สวยงาม.....ระหว่างทางแวะจอดถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ตลอดเส้นทาง...
    เที่ยง            
    บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (เมืองกูปีส)
    บ่าย            
    ออกจากเมืองกูปีส เดินทางไป หมู่บ้านพันเดอร์  (Phandar Valley) ตั้งอยู่ทางตะวันออก ของ หมู่บ้านกูปีส(Gupis) ประมาณ 50 km โดยระหว่างทางท่านจะได้สัมผัส กับต้นผลไม้ต่างๆ เช่น แอปปริคอท , เชอร์รี่ , แอปเปิ้ล  Blossom ทั้งหุบเขา พร้อมกับวิวสายน้ำ พร้อมแนวเทือกเขาฮินดูกูช อันยิ่งใหญ่  ถึงทะเลสาบ Khalti อิสระถ่ายภาพตามมุมกล้องของท่านจนไม่อยากหยุดกดชัตเตอร์เลยทีเดียวเดินทาง  ... โดยระหว่างทางท่านจะได้สัมผัสกับวิวสายน้ำGhizer ...  ตลอดเส้นจนถึงหมู่บ้านพันเดอร์  (Phandur Valley)  ขอนำท่านเดินเล่นเที่ยวชมหมู่บ้าน และ ชมพระอาทิตย์ตกดินในหุบเขาที่สวยที่สุด ณ ทะเลสาบ  Phandur  Lake ทะเลสาบกลางหุบเขาน้ำใสราบเรียบดุจกระจกสีมรกต...และชมวิถีชิวิตของชาวบ้านท้องถิ่นด้วยความมีไมตรี และรอยยิ้มจากทุกคนที่นั้นอิสระถ่ายภาพตามอัธยาศัย
    ค่ำ              
    บริการอาหารค่ำ ณ โรงแรม เข้าพักที่ PTDC Hotel Khalti lake หรือเทียบเท่า ที่หมู่บ้านกูปีส(Gupis)(เป็นโรงแรมที่ดีที่สุดในแถบนั้น)
  •   วันที่หก หมู่บ้านพันเดอร์(Phander Valley)-Phander Lake-หุบเขายาซิน(Yasin)-กากูช(Gakuch)-กิลกิต(Gilgit)
    07.00 น.      
    บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม
    ยามเช้า      
    ออกจากหมู่บ้านพันเดอร์ สู่ กิลกิต ประมาณ5 ชม.)ก่อนออกเดิน ขอพาคณะ..อำลาหมู่บ้านพันเดอร์ (Phandur Valley)ชมวิวและถ่ายภาพทะเลสาบ Khalti Lake ในช่วงเช้า ชม ทะเลสาบ Khalti  หรือ ทะเลสาบพันเดอร์ (Phander Lake) เป็นทะเลสาบสีฟ้าเทอร์คอยซ์งดงาม ช่วงเช้าๆน้ำจะนิ่งใสเหมือนกระจก ทะเลสาบนี้เกิดจากหินถล่มลงมาก กลายเป็นเขื่อนธรรมชาติ ปิดกั้นแม่น้ำกลายเป็นทะเลสาบแล้วKhalti Lake ยังได้ชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตปลาเทร้าที่โด่งดัง 
    จากนั้นมุ่งหน้าสู่เมืองยาซิน(Yasin)ถือว่าเป็นไฮไลต์ที่สวยงามของทิวทัศน์แถบนี้ หุบเขายาซินเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ตั้งอยู่บนเทือกเขาฮินดูกูช (Hindu Kush) มีบ้านเรือนปลูกอยู่บนไหล่เขาริมทาง มองลงไปจะเห็นพื้นที่ราบลุ่มระหว่างหุบเขาสวยงาม แวะชมหมู่บ้านยาซิน ดื่มด่ำกับความงดงามของธรรมชาติ
     เที่ยง            
    บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร ( เมืองกากูช)
    บ่าย            
    นำท่านเดินทางสู่เมืองกิลกิต (Gilgit) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเชิงเขาคาราโครัม พื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองนี้เต็มไปด้วยภูเขา ซึ่งภูเขาที่นี้มีความน่าสนใจอย่างมากเพราะได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งความงามบริสุทธ์ที่ตกสำรวจจากชาวโลก นอกจากนี้เมืองกิลกิตยังเป็นเมืองสำคัญที่เส้นทางสายไหมในอดีตตัดผ่าน และใช้เป็นเส้นทางการเผยแผ่ศาสนาพุทธจากอินเดียสู่ดินแดนต่างๆ ในเอเชีย ทำให้พบหลักฐานทางพุทธศาสนาในเมืองนี้เป็นจำนวนมาก อิสระช้อปปิ้งในเมืองกิลกิตยามเย็น...ได้เวลาอันสมควรเดินทางสู่ที่พัก
    ค่ำ              
    บริการอาหารค่ำ ณ โรงแรม ที่พักเมือง Rivaria Hotel (Gilgit) หรือเทียบเท่า
  •   วันที่เจ็ด กิลกิต(Gilgit)-คาริมาบัด(Karimabad)-ยอดเขาดุยเกอร์(Duiker )-ฮุนซ่า(Hunza Valley)
    07.00 น.     
    บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม 
    08.30 น.       
    เวลาโดยประมาณ (ออกจากเมืองกิลกิตสู่หุบเขาฮุนซ่าประมาณ2ชม.) มุ่งหน้าสู่เมืองคาริมาบัด (Karimabad) เมืองหลวงของฮุนซ่า ซึ่งเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในเขต ฮุนซ่า (Hunza Valley) บนเส้นทาง KKH ขึ้นไปทางเหนือไปยังเมืองคาริมาบัด เมืองหลวงของอาณาจักรฮุนซ่า (Hunza) ที่ได้รับการบันทึกว่าผู้คนที่นี่อายุยืนยาวที่สุดในโลก เมืองฮุนซ่าสูงจากระดับน้ำทะเล 2,438 เมตรมีเมืองหลักคือเมืองบัลติท (Baltit) หรือที่รู้จักกันในชื่อเมืองคาริมาบัด (Karim Abad)ในอดีตฮุนซ่าเป็นรัฐอิสระที่มีอำนาจปกครองตนเองเป็นเวลากว่า900ปี ชาวฮุนซ่าส่วนใหญ่นับถือมุสลิมนิกายอิสไมลี่ชีอ (Ismaili Shia) แต่ก็สามารถเข้าใจภาษาอูรดู (Urdu)และภาษาอังกฤษ สำหรับภาษา Brushuski เป็นภาษาท้องถิ่นเฉพาะ พูดกันเฉพาะในเขตพื้นที่ฮุนซ่า
     
    10.30 น    
    เวลาโดยประมาณ ก่อนถึงฮุนซ่า แวะ จุดชมวิวราคาโปชิ
    (Rakaposhi View Point) เพื่อชมบรรยากาศยอดเขาและความงดงามของยอดเขาราคาโปชิอย่างใกล้ชิด จนรู้สึกเหมือนจะสัมผัสได้ ยอดเขาแห่งนี้ถูกจัดความสูงอยู่ในอันดับที่ 27 ของโลก ซึ่งสูงถึง 7,790 เมตร
     
    12.30 น.     
    บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร  ( ณ จุดชมวิวราคาโปชิ)
    13.30 น.     
    นำท่านออกเดินทาง....ต่อทางไปยังหุบเขาฮุนซ่าและชมทัศนียภาพของเส้นทางหลวงคาราโครัม (Karakoram Highway) ผ่านหุบเขาผลไม้อันอุดมสมบูรณ์ของฮุนซ่าและนาการ์ อันเป็นเมืองโบราณที่ช่อนตัวอยุ่ในหุบเขา ห่างจากมลพิษทั้งปวง ไม่น่าแปลกเลยที่คนในฮุน  ซ่ามีอายุเฉลี่ยยาวนานมากเป็นอันดับต้นของโลกถึง85ปีคนแก่หลายๆคนมีอายุถึง120 ปี เพราะเมืองจะถูกโอบล้อมโดยยอดเขาสูงมากมายที่มีความสูงมากกว่า7000 เมตรเที่ยวชมเมืองที่มีสีสันสดใสจากดอกไม้ที่แข่งกันอวดสีสันที่สวยงามกับแม่น้ำฮุนซ่าทอดตัวโค้งยาวงดงามราวภาพวาดขึ้น 
    14.30 น.   
    เวลาโดยประมาณเดินทางถึง หุบเขาฮุนซา (Hunza Valley) จุดเด่นของสถานที่แห่งนี้ คือ ทิวทัศน์ที่สวยงามของนาขั้นบันได ซึ่งโอบล้อมด้วยหุบเขาสูงยอดแหลมปกคลุมไปด้วยหิมะ ด้านล่างเป็นแม่น้ำใสไหลเย็น กลุ่มบ้านเรือนปลูกลดหลั่นตามไหล่สันเขา ดอกไม้ป่าขึ้นกระจายแซมทั่วบริเวณในช่วงฤดูใบไม้ผลิ สภาพแวดล้อมที่งดงามเช่นนี้เองที่ทำให้เมืองฮุนซ่าได้ชื่อว่าเป็น ดินแดนที่มีประชากรอายุยืนยาวที่สุดในโลก เนื่องจากมีโอโซนในปริมาณสูงที่เป็นผลมาจากความมหัศจรรย์แห่งเทือกเขาหิมาลัย ทำให้อากาศบริสุทธิ์เป็นอย่างมาก อีกทั้งโอโซนยังมีผลต่อพืชและผักที่ปลูกในบริเวณนี้ มีเชื้อโรคต่ำ และวิถีแห่งธรรมชาติดั้งเดิมของชาวฮุนซ่าทำให้ประชากรมีสุขภาพดี เมืองฮุนซ่า (Hunza) สูงจากระดับนํ้าทะเล 2,438 เมตร และมีพื้นที่ประมาณ 7,900 ตารางกิโลเมตร มีเมืองหลักคือเมืองบัลติท (Baltit) หรือที่รู้จักกันในชื่อเมืองคาริมาบัด (Karimabad) ในอดีตฮุนซ่าเป็นรัฐอิสระที่มีอำนาจปกครองตนเองเป็นเวลากว่า 900 ปี ชาวฮุนซ่าส่วนใหญ่นับถือมุสลิมนิกายอิสไมลี่ชีอะ (Ismaili Shia) ใช้ภาษาดั้งเดิมคือภาษา Brushuski แต่ก็สามารถเข้าใจภาษาอูรดู (Urdu)และภาษาอังกฤษ สำหรับภาษา Brushuski เป็นภาษาท้องถิ่นเฉพาะ พูดกันเฉพาะในเขตพื้นที่ฮุนซ่า
     
    นำท่านเที่ยวชมเมืองคาริมาบัด Karimabad  เมืองสำคัญของหุบเขาฮุนซ่า เยือนป้อมปราการบอลติต (Baltit Fort) ที่มีความเก่าแก่ถึง 750 ปี ซึ่งสร้างโดยเจ้าหญิงแห่งเมืองบอลติสตาน (Baltistan) ภายหลังการอภิเษกสมรสกับเจ้าชายเมืองทุม (Thum) ป้อมปราการบอลติตแห่งนี้ เป็นอดีตพระราชวังหลวงที่มีสถาปัตยกรรมรูปแบบผสมผสานแบบท้องถิ่นผสมแคชเมียร์และทิเบต ต่อมาพระราชวังแห่งนี้ได้ถูกต่อเติม ขยายส่วนต่างๆมากมาย เช่น ระเบียง หน้าต่าง กำแพงชั้นนอก พระราชวังและป้อมปราการโบราณบอลติตได้ถูกทิ้งร้างในช่วงหนึ่งที่มีการย้ายเมืองหลวงมาที่เมืองคาริมาบัด (Karimabad) ผ่านการบูรณะมาหลายครั้งเป็นป้อมที่สร้างอยู่บนทำเลที่สวยงาม จนกระทั่งมีรูปแบบดั่งเช่นปัจจุบันปัจจุบันป้อมปราการบอลติต ได้กลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์ซึ่งดำเนินการโดย Baltit Heritage Trust นอกจากนั้น ยังอยู่ในรายชื่อเตรียมพิจารณาให้เป็นมรดกโลกจากยูเนสโกในอนาคตอีกด้วย
    ชมป้อม“อัลติฟอร์ท” (Altit Fort)  เป็นโบราณสถานที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในเมือง Gilgit-Baliststan มีอายุถึง 900 ปี ตั้งอยู่บนหน้าผาริมแม่น้ำฮุนซ่า มีหอคอยสูงสูดบนป้อมเรียกว่า Shikari tower มองลงมาเห็นหมู่บ้าน Karimabad เรียงรายตามเนินเขาเป็นภาพที่สวยงามมาก ท่านสามารถมองเห็นวิวของหุบเขาฮุนซ่าในมุม360 องศา และสามารถชมยอดเขาสำคัญได้แก่ Ultar Sar, Rakaposhi, Bojahagur Duanasir II,  Ghenta Peak, Hunza Peak, Passu Peak, Diran Peak และ Bublimotin (Ladyfinger Peak) 
    จากนั้นพาไปเยี่ยมชมย่านการค้าของเมือง Karimabad ชมวิถีชีวิตของคนพื้นเมืองที่อยู่อย่างพอเพียง อิสระเดินเล่นชมร้านค้าจำหน่ายของที่ระลึกที่ตั้งตลอดแนวบนถนนสายหลักของเมืองและช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองตามอัธยาศัย จนถึงเวลานัดหมายนำท่านเข้าสู๋ที่พัก
    ค่ำ              
    บริการอาหารค่ำ ณ โรงแรม ที่พัก Eagle Nest Resort หรือเทียบเท่า เป็นรีสอร์ทที่อยู่สูงที่สุดในเมืองคาริมาบัดสามารถมองเห็นหุบเขาเบื้องล่างได้อย่างสวยงามรวมถึงยอดเขาต่าง ที่อยู่รายรอบๆโดยเฉพาะ เลดี้ฟิงเกอร์ ซึ่งมาจากรูปทรงที่เหมือนนิ้วของหญิงสาว
  •   วันที่แปด ฮุนซ่า-ทะเลสาบอัตตาบัด(Attabad lake)-อุทยานแห่งชาติ ช่องเขากุนจีราบพาส(Khunjerab Pass and National Park)-สะพานแขวน-พาสสุกราเซีย-ทะเลสาบบอริท-ฮุนซ่า
    เช้าตรู่       
    ปลุกท่านตื่นมา ดื่มดำกับบรรยากาศอันสดชื่นบนยอดเขา Duiker จัดว่าเป็นหลังคาของฮุนซ่า บนรังพญาอินทรี Eagle Nest ชมแสงแรกของพระอาทิตย์ขึ้นเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งให้ท่านได้เก็บภาพบรรยากาศแสงพระอาทิตย์กระทบยอดเขาหิมะ ชมทัศนียภาพของหมุ่บ้านฮุนช่า ที่อยุ่เบื้องล่าง สี เหลืองสลับส้มมีแม่น้ำฮุนซ่าขนาบรายล้อมด้วยยอดเขาสูงเสียด ฟ้าตระหง่านโดยรอบโดย ณ จุดนี้ท่านจะได้เห็นยอดเขาที่มีรูปร่างโดดเด่นแปลกตาที่เรียกว่า Lady Finger รวมทั้งได้เห็นยอดเขาระดับโลกถึงห้าเขาด้วยกันทั้งRakaposhi (7788M), Diran (7265M),Golden Peak(7028M) ,Ulter Peak (7388M) และ Mountain Peak
     
    06.00 น.     
    บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม                      
    07.00 น.     
    (ออกจากเมืองคามาบัดสู่ อุทยานแห่งชาติ ช่องเขากุนจีราบประมาณ4ชม.) นำท่านเดินทางไปช่องเขาคุนจีราบ (Khunjerab Pass )ใส่เสื้อกันหนาวหนาๆวันนี้เราจะขึ้นไปที่ คุนจิราบพาสความสูง 4,800 เมตร
    ระหว่างทางแวะชมทะเลสาบอัตตาบัด ( Attabad Lake) ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ที่ตั้งชื่อตามชื่อหมู่บ้านเกิดเนื่องจากแผ่นดินถล่มเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ.2553 และทำให้เกิดเขื่อนและทะเลสาบขนาดใหญ่ที่ชื่อว่าทะเลสาบ Attabad ทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้าน Attabad เสียชีวิตทันที 20 คน และจำนวนที่เหลือกว่า 6 พันคนที่อยู่ต้นแม่น้ำต้องอพยพหนีน้ำในทะเสสาบที่สูงขึ้นเรื่อยๆและถูกตัดขาดจากแผ่นดิน
     
    จากนั้นออกเดินทางต่อ นำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองซอสท์ (Sost) สู่ช่องเขาคุนจีราบและอุทยานแห่งชาติ(Khunjerab Pass and National Park ) ซึ่งตั้งอยู่ในช่วงเขตพรมแดนระหว่างปากีสถานและจีน ที่นี่คือด่านพรมแดนที่สูงที่สุดในโลก ชายแดนก่อนจะเข้าอุทยานแห่งชาติ ซึ่ง มีความสูง 4,730 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งเป็นจุดที่มีความสูงที่สุดบนถนนหลวงลอยฟ้าคาราโครัม ซึ่งจีนและปากีสถานตกลงที่จะสร้างเส้นทางนี้ในปี ค.ศ. 1964 โดยมีเทือกเขาคาราโครัมเป็นเส้นแบ่งแนวตามธรรมชาติขวางอยู่ หลังจากจีนได้สร้างในส่วนของตนตั้งแต่เมืองคัชการ์ (ประเทศจีน) ถึงเมืองกุลมิทประเทศปากีสถานเสร็จในปีค.ศ.1979 ปากีสถานก็สร้างต่อตั้งแต่เมืองกุลมิทตอนใต้ลงไปจรดเมืองราวัลพินดี และแล้วเสร็จในเดือนสิงหาคมปีค.ศ.1982 พร้อมกับเปิดให้เป็นเส้นทางสำหรับการท่องเที่ยว ส่วนพรมแดนช่องเขากุนจีราบ เปิดให้มีการเดินทางข้ามแดนได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ.1986 เป็นต้น…มาจุดบรรจบแห่งอารยะธรรมโบราณบนเส้นทางสายไหมอันเก่าแก่ด่านช่องเขาคุนจีราบ (Khunjerab Pass) ที่นี่คือด่านพรมแดนที่สูงที่สุดในโลกบนเทือกเขา คาราโคลัมซึ่งเดินทางตามแนวเส้นทางสายไหมโบราณที่เชื่อมเอเชียกลางสุดยุโรป ….
    เราไปทำเรื่องผ่านด่านที่เมืองซอสท์ sost วันนี้ เราจะผ่านเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าอุทยานแห่งชาติ คุนจีราบ ที่มีกวางมาร์โคโปโลพรมแดนแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติกุนจีราบ ซึ่งเป็นเขตอนุรักษ์พืชพันธุ์ไม้ป่า รวมทั้งสัตว์ป่าสงวนที่หาดูได้ยาก เช่น แกะมาร์โคโปโลเป็นต้น ตลอดเส้นทางเป็นเทือกเขาหิมะสลับซับซ้อนบรรยากาศราวสวิสเซอร์แลนด์ สามารถพบเห็นสัตว์หายาก เช่นตัว Ibex หรือแพะเขาYak ก็มีที่อาศัยอยู่ตามไหล่เขาสูงจนถึงจุดสุดท้ายที่ด่านชายแดนระหว่าง ปากีสถาน และ จีน ก่อนที่จะออกไปยังประเทศจีนบนเส้นทางสายให้ที่ซิเกี่ยงสร้างประวัติศาสตร์ให้ตัวท่านเองว่าได้มายืนอยู่ ณ เส้นทางประวัติศาสตร์โลกลงมาเล่นหิมะกันจนหนำใจบนบรรยากาศเย็นฉ่ำถ่ายรูปกับยอดเขารายล้อม
    (หมายเหตุ: การขึ้นKhunjerab Pass and National Park ก็ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศด้วยเช่นกัน)
    เที่ยง            
    บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
    บ่าย            
    นำท่านชม สะพานแขวนโกจาว ( Gojal Suspension Bridge )สะพานที่ใช้ข้ามแม่น้ำของคนท้องถิ่นชม ทะเลสาบบอริท (Borit Lake) ทะเลสาบน้ำจืดสีเขียวใส ที่หลบซ่อนตัวอยู่อย่างสงบท่ามกลางหุบเขาสวย
    แวะถ่ายรูป พาสสุกราเซีย (Passu Glacier) (นำท่านเดินขึ้นไปชมยอดพาสสุกราเซียอย่างไกล้ชิดประมาณ 10 นาที) หรือเรียกชื่ออีกอย่างว่าธารน้ำแข็งสีขาวชมเส้นทางธรรมชาติที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลกพาสสุตั้งอยู่บนความสูง 2,400 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เมืองนี้ตั้งอยู่ระหว่างธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ 2 แห่งคือ ธารน้ำแข็งสีดำบาทูร่า (Black Batura Glacier) และ ธารน้ำแข็งสีขาวพาสสุ (White Passu Glacier)และยอดเขาฟันเลื่อยที่ยิ่งใหญ่และสวยงาม เดินทางกลับสู่หุบเขาฮุนซ่า ..ผ่านหมู่บ้านกุลมิท (Gulmit Village) นำท่านเดินชม หมู่บ้านเล็กๆแล้วท่านจะประทับใจกับเสน่ห์ของพวกเค้า ณ ที่นื้ …เดินทางกลับสู่หุบเขาฮุนซ่า
    ค่ำ              
    บริการอาหารค่ำ ณ โรงแรม ที่พัก HUNZA EMBASSSY HOTEL หรือเทียบเท่า
  •   วันที่เก้า หุบเขาฮุนซ่า (Hunza)-จุดที่เชื่อมต่อระหว่างเทือกเขาสำคัญของโลก 3 เทือกเขา(junction Point)-ชีราส (Chilas)
    06.00 น.     
    บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม
    07.00 น.     
    ออกหุบเขาฮุนซ่า สู่ ซีราส (ประมาณ 4ชม.)  บนเส้นทางคาราโครัม ไฮเวย์เรียบไปตาม แม่น้ำสินธุชมความงามตามเส้นทางที่มีน้ำตกสายเล็กๆอันเกิดจากหิมะและกราเซียละลาย ระหว่างทางแวะชมจุดที่เชื่อมต่อระหว่างเทือกเขาสำคัญของโลก 3 เทือกเขา (junction point) บริเวณเทือกเขาคาราโครัมเป็นเขตติดต่อกันสามประเทศได้แก่ ปากีสถาน จีน และ ของเทือกเขาหิมาลัย  ประกอบด้วย เทือกเขาหิมาลัย คาราโครัม และ ฮินดุกุช อินเดีย และเทือกเขาฮินดูกูชเป็นจุดที่แม่น้ำฮุนซ่า มารวมกับแม่น้ำสินธุ และเทือกเขา คาราโครัม ฮินดูกูษ และ หิมาลัยมาบรรจบกัน… เราจะแวะพักรับประทานอาหารกลางวันที่เมืองชีลาส 
     
    เที่ยง            
    บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (เมืองชีราส)
    ออกเดินทางสู่ ชีราส (Chilas)-เมืองบีสชาม (Besham) (ประมาณ 7 ชม.) เมืองเบชาม โดยใช้เส้นทางสายคาราโครัมไฮเวย์ (Karakoram Highway – KKH) ตลอดเส้นทางท่านจะได้ชื่นชมกับความงดงามของธรรมชาติที่ปรากฏบนเส้นทางสายนี้ ชมวิวระหว่างสองข้างทาง....จนถึงโรงแรมที่พักในตอนเย็น
    ค่ำ              
    บริการอาหารค่ำ ณ โรงแรม ที่พัก Shangri-La resort Chilas หรือเทียบเท่า
  •   วันที่สิบ ชีราส (Chilas)-เบซาม
    เช้า              
    บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม 
    จากนั้นออกเดินทางจากเมืองชีลาสบนเส้นทางคาราโครัมไฮเวย์ “The Karakoram Highway” (8 th wonder of the world) เรียบไปตาม แม่น้ำ Indus River ชมความงามตามเส้นทางที่มี น้ำตกสายเล็กๆอันเกิดจากหิมะและกราเซียละลาย
    เที่ยง            
    บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารที่เมืองเบซาม (Besham)
    “คาราโครัมไฮเวย์” เป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างประเทศจีนกับประเทศปากีสถานเป็นระยะทางยาวจนต้องบันทึกในประวัติศาสตร์โลก ซึ่งยาวจากเมืองแอบบอตตาบาดของปากีสถานผ่านภูมิภาคตอนเหนือของประเทศซึ่งรวมทั้งเมืองกิลกิต เมืองคาริมาบาด พาสสุ จนถึงด่านคุนจีราฟพาส ซึ่งเป็นเส้นทางหลวงด่านชายแดนระหว่างประเทศที่สูงที่สุดในโลกอีกด้วย(ประมาณ 4700 เมตรจากน้ำทะเล) แล้วจึงเชื่อมต่อออกไปอีกจนกระทั่งถึงเมืองคัชการ์ของประเทศจีน รวมแล้วมีความยาวประมาณ 1300 กิโลเมตร โดยใช้วิศวกรและกำลังคนบางส่วนจากประเทศจีนร่วมมือช่วยเหลือกันกับแรงงานฝั่งประเทศปากีสถาน เส้นทางสายคาราโครัมไฮเวย์ จะว่าไปแล้วก็เป็นการเดินทางเส้นทางทับรอยเส้นทางสายไหม โบราณในอดีตลัดเลาะริมแม่น้ำสินธุและผ่านภูมิภาคเหนือผ่านแม่น้ำสายหลักๆประจำเมืองต่างๆขึ้นไปเรื่อย สิ่งที่เป็นที่กล่าวขวัญมากที่สุดของเส้นทางนี้คือความงามของทิวทัศน์ของภูเขาในประเทศปากีสถาน….ประเทศปากีสถานนี้เป็นอีกหนึ่งรายการที่ท่านควรจะบันทึกเข้าไปในตระกร้าสานฝันของท่าน....นำท่านเดินทางเลียบตามไหล่เขาจนถึงเมือง มัณเซราห์ ในตอนเย็น
    ค่ำ              
    บริการอาหารค่ำ ณ โรงแรม พักที่ Ashiana Hotel Manshera หรือเทียบเท่า
  •   วันที่สิบเอ็ด มัณเซราห์-ตักศิลา(Taxila)-อิสลามาบัด-มัสยิดไฟชอล-อิสระช้อปปิ้ง-กรุงเทพฯ
    05.00 น.    
    บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม
    06.00 น.     
    ออกเดินทางสู่เมือง ตักศิลา(ประมาณ 5-6 ชม) เมืองตักศิลา (Taxila) ยูเนสโกได้ให้ความสำคัญกับเมืองตักศิลาและได้รับการประกาศว่าเป็นเมืองมรดกโลกทางประวัติศาสตร์ เป็นเมืองโบราณที่เจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่สมัย อเล็กซานเดอร์ มหาราชหลังจากพระเจ้าอเลกซานเดอร์สวรรคต พระเจ้าอโศกมหาราช ทรงวางรากฐานพุทธศาสนาในเมืองตักศิลาต่อในพุทธศตวรรษที่ 10-11 พวกฮั่นขาวได้ทำลายวัดพุทธศาสนาในเมืองตักศิลาเป็นเมืองโบราณที่อุดมไปด้วยสถาปัตยกรรมและประติมากรรมเก่าแก่และอดีตราชธานีอันยิ่งใหญ่ของแคว้นคันธาระเมื่อสองพันกว่าปีมาแล้ว เป็นศูนย์กลางแห่งความรู้และปรัชญาเดิมมีชื่อว่าตักชาศิลา (Takshasila) ซึ่งเป็นภาษาสันสกฤตต่อมาเมื่ออเล็กซานเดอร์มหาราชรุกรานอินเดียเมื่อ 326 ปีก่อนคริสตกาลทรงมาหยุดพักที่เมืองนี้และได้เปลี่ยนชื่อเป็นตักศิลา(Taxila)ในอดีตเมืองนี้ยังเป็นที่รู้จักกันในฐานะเมืองตัดหิน (City of Cut Stone) เพราะหินที่ใช้สร้างโบราณสถานต่างๆนำมาจากที่นี่นั่นเอง ปัจจุบันก็ยังเห็นชาวบ้านแกะสลักหินอยู่ทั่วไปเช่นทำครกหิน ป้ายหิน เป็นต้น
    12.30  น.    
    บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร ระหว่างทาง
    14.00 น.     
    เดินทางต่อไป....ถึงเมืองนำท่านชม พิพิธภัณฑ์ตักศิลา (Taxila Museum) ซึ่งรวบรวมสิ่งของล้ำค่าไว้มากมายกว่า 7,000 ชิ้น ทั้งเครื่องประดับที่ทำจากเงิน ทอง และทองเหลืองสมัยเก่า รวมทั้งเพชรพลอย เหรียญเก่าแก่ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 2,000 ปี ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเหรียญกรีกในยุคสมัยพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช และพระพุทธรูปสมัยคันธาระ ชิ้นที่งดงามที่สุด คือ พระพักตร์ของพระพุทธเจ้ายามเมื่อทรงตรัสรู้ งดงามและสงบนิ่ง เป็นผลงานมาสเตอร์พีชที่แสดงให้เห็นถึงฝีมือของศิลปินในยุคนั้น
    15.00 น.     
    เมืองตักศิลา- เมืองหลวงอิสลามาบัด(ประมาณ 1 ชม)  ถึงเมืองหลวงอิสลามาบัด
    นำท่านถ่ายภาพที่ (ด้านนอก) มัสยิดไฟซาล (Faisal Mosque) เป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในอิสลามาบัด สร้างเสร็จในปี 1986 ออกแบบโดยสถาปนิกชาวตุรกี ลักษณะคล้ายเต็นท์กลางทะเลทรายซึ่งเป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย สร้างโดยกษัตริย์ไฟซาลแห่งราชวงศ์ซาอุดิอาระเบีย ใช้เงินงบประมาณการสร้างสูงถึง50ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ ก่อนอำลาปากีสถาน นำท่านช้อปปิ้งของฝากที่ Centaurus Department Store ที่ใหญ่ที่สุดของปากีสถานอิสระช้อปปิ้งสมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่สนามบิน
    20.00 น.     
    ท่านเดินทางสู่สนามบิน (อิสระอาหารค่ำภายในสนามบินอิสลามาบัดเพื่อความสะดวกในการเชคอิน)
    23.20น.      
    ñออกเดินทางจาก อิสลามาบัด โดยสายการบิน เที่ยวบินที่ TG350 (ใช้เวลาเดินทาง 5 ชม. 10 นาที) รับประทานอาหารและพักผ่อนบนเครื่อง

     

  •   วันที่สิบสอง กรุงเทพฯ

    06.25น.     

    เดินทางถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

  •   อัตราค่าบริการรวม
    - ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับชั้นประหยัด โดยสายการบินไทย เส้นทาง กรุงเทพฯ – อิสลามาบัด - กรุงเทพฯ (กระเป๋าเดินทางน้ำหนักตามที่สายการบินกำหนด)
    - ค่าภาษีสนามบิน ค่าภาษีน้ำมัน และค่าประกันภัยทางอากาศ
    - ค่าที่พักโรงแรมตามที่ระบุ ตลอดการเดินทาง (พักห้องคู่)
    - ค่าอาหารตามโปรแกรมที่ระบุ
    - ค่าเครื่องดื่ม (น้ำเปล่า) ภายในภัตตาคาร ระหว่างมื้ออาหาร และบนรถโค้ช
    - ค่าพาหนะ รถรับ-ส่ง ตลอดการเดินทาง
    - ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ตามระบุในโปรแกรม
    - ค่าวีซ่าปากีสถาน สำหรับหนังสือเดินทางประเทศไทย (แบบเข้า-ออก ครั้งเดียว)
    - ค่าบริการนำทัวร์ และคอยดูแลอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง 1 ท่าน
    - ค่าประกันภัยอุบัติเหตุเดินทางส่วนบุคคล จำนวนเงินประกันภัย 1,000,000 บาท, ค่ารักษาพยาบาล จำนวนเงินประกันภัย 500,000 บาท,
    - ค่าเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจากต่างประเทศ จำนวนเงินประกันภัย 1,00,000 บาท
    - รวมค่าจี๊ป+ค่าม้า ขึ้นแฟรี่มิโดวส์
  •   อัตราค่าบริการไม่รวม
    - ค่าทำหนังสือเดินทาง (PASSPORT) และเอกสารวีซ่าของคนต่างด้าว
    - ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าเครื่องดื่มในห้องพัก และค่าอาหารที่สั่งมาในห้องพักค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษในร้านอาหารนอกเหนือจากรายการ
    - ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
    - ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
    - ไม่รวมค่าม้า ขึ้นแฟรี่มิโดวส์
    - ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของท่าน

    - รวมทิปไกด์ ท้องถิ่น และคนขับรถ 5 เหรียญ ต่อลูกค้า/ท่าน/วัน 

69,900 THB / Person
DOWNLOAD PDF

BOOKING TOUR

Adults

Children

* Prices for person

TIBET
7 วัน 6 คืน

ทิเบต หลังคาโลก

ลมหายใจแห่งภูผา...มนตราแห่งกงล้อภาวนา Highest Railway in the World ลาซา - รถไฟสายประวัติศาตร์ - ซีหนิง - หลันโจว
INDIA
8 วัน 6 คืน

Chaming รัฐราชาสถาน

รัฐราชาสถาน...ดินแดนฟ้าจรดทราย ท่องดินแดนมหาราชา....เยือน...เมืองโรแมนติกแห่งดินแดนโรตี แคว้นราชาสถานแห่งอินเดีย...กับอารยธรรมกลางทะเลทราย
INDIA
8 วัน 6 คืน

สังเวชนียสถาน อินเดีย-เนปาล

นำท่านจาริกธรรม บำเพ็ญบุญ ตามรอยบาทพระศาสดา ณ ประเทศอินเดีย-เนปาล นมัสการพุทธสังเวชนียสถานทั้ง 4 ประสูติ-ตรัสรู้-ปฐมเทศนา-ปรินิพพาน
NEPAL
5 วัน 4 คืน

ไฮไลท์...เนปาล...

กาฐมัณฑุ-ปาทัน(ลลิตาปูร์)-ปัคตาปูร์-นากาก๊อต-โภครา “เนปาลดินแดนในฝัน ที่งดงามด้วยต้นแบบศิลปะและวัฒนธรรมที่งดงามอีกทั้งเอกลักษณ์ที่โดดเด่นชัดเจน สถาปัตยกรรมไม้ที่สืบทอดนับพันปี และวิถีชีวิตที่ยังคงความดั้งเดิม ”