himalayanholidays@yahoo.com

02-2357583-4, 02-2357572

จันทร์-วันศุกร์ 09.00 - 18.00 น. / เสาร์ 09.00 - 14.00 น

TIBET


ทิเบต หลังคาโลก

GALLERY

PACKAGE DETAIL

  •   วันแรก กรุงเทพฯ – คุณหมิง
    13.00 น.  
    พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ  อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4  เคาน์เตอร์ ประตู 9 เคาน์เตอร์ U 15 - 21 สายการบิน CHINA EASTERN (MU) เจ้าหน้าที่และหัวหน้าทัวร์ของบริษัทฯ  คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกก่อนการเดินทาง
    15.50 น. 
    ออกเดินทางสู่คุณหมิง  โดยสายการบิน CHINA EASTERN (MU) เที่ยวบินที่  MU742(1550-1910)
    19.10 น.   
    ถึงสนามบินฉางสุ่ย เมืองคุนหมิง เมืองหลวงและเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลยูนนาน ตั้ง อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 6 จากทั้ง หมด 27 มณฑล ห้อมล้อมด้วยภูเขาสูงทั้ง สามด้าน ส่วนด้านใต้ติดทะเลสาบเตียนฉือ จึงทำให้เมืองคุนหมิงมีอากาศเย็นสบายตลอดปีคุนหมิงได้ชื่อว่า “นครแหง่ ฤดูใบไม้ผลิ" จึงทำให้มีทัศนียภาพสวยงามมากมาย ....หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง และตรวจรับสัมภาระเรียบร้อยแล้วนำท่านเดินทางสู่ภัตตาคาร
    20.00 น.  
    บริการอาหารเย็นที่ภัตตาคาร (มื้อที่ 1) ที่พัก HOTEL LONGWAY (คุนหมิง) /คืนที่ 1 ระดับ 4 ดาวหรือเทียบเท่า
     

     

  •   วันที่สอง คุนหมิง-เมืองลาซา-(พักผ่อนเพื่อปรับสภาพร่างกาย)-พระราชวังฤดูร้อนนอร์ปูลิงกา
    07.00 น.  

    บริการอาหารเช้าที่โรงแรม (2)

    08.00 น. 

    นำท่านชม หมู่บ้านวัฒนธรรมยูนนานมีเนื้อที่ 520 ไร่ ปัจจุบันได้จัดสร้างหมู่บ้าน ไต่ (ไทยใหญ่) ไป๋ น่าซี ว้า ทิเบต จีโน ลากู่ ปู้หล่าง ฮานี เต๋ออั๋ง จิ่งพอ จ้วง 13 หมู่บ้าน และชาวมอซัว (มูเซอ) สัก 2-3 ครอบครัว ให้อยู่ตามพื้นเพเดิมของตนเอง และหากินกับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาชม ไม่เก็บค่าเช่า ค่าภาษี เพียงแต่ให้สถานที่พักอาศัย  และเป็นพิพิธภัณฑ์ด้านเผ่าชนแท้ๆ เท่านั้น ในหมู่บ้านยังมีจัตุรัส “ทูแทม”  ตราประจำเผ่าที่หาชมได้ยากในสังคมทันสมัยอย่างปัจจุบันนี้

    นำท่านสู่  “วัดหยวนทง” ไหว้“พระพุทธชินราช”องค์แรกในจีน วัดอันสงบท่ามกลางเมืองใหญ่ วัดแห่งนี้เป็นวัดที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในเมืองคุนหมิง ภายในวัดตกแต่งร่มรื่นสวยงาม กลางลานมีสระน้ำขนาดใหญ่ สร้างมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง มีอายุยาวนานประมาณ 1,200 กว่าปี เป็นอารามทางพระพุทธศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในคุนหมิงเนื่องจากวัดแห่งนี้ ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นวัดโดยตรง แต่เคยเป็นศาลเจ้าแม่กวนอิมมาก่อน ดังนั้นคำว่า “หยวนทง” จึงเป็นชื่อที่ปรากฏในคัมภีร์ของเจ้าแม่กวนอิม


    นำท่านเดินทางสู่ ร้านบัวหิมะและศูนย์นวดแพทย์แผนโบราณจีน นวดฝ่าเท้าเพื่อสุขภาพ ผ่อนคลายความเมื่อยล้ากับยานวดขนาดพิเศษสูตรเดียวไม่ซ้ำใคร พร้อมชมครีมเป่าซู่ถัง หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “ครีมบัวหิมะ” สรรพคุณเป็นเลิศในด้านรักษาแผลไฟไหม้ ผุพอง และแมลงกัดต่อย เป็นยาสามัญประจำบ้าน จากนั้นแวะชมร้านไข่มุก ให้ท่านเลือกซื้อครีมและเครื่องประดับที่ทำจากไข่มุกน้ำจืด

    12.30 น.  

    บริการอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร (3)จากนั้นนำท่านเดินทางสู่สนามบินคุนหมิง

    15.15 น. 

    เหินฟ้าสู่เมืองลาซา โดยสายการบิน CHINA EASTERN (MU) เที่ยวบิน MU9731

    18.15 น. 

    เดินทางถึงสนามบินกงก่า เมืองลาซา หลังตรวจรับสัมภาระแล้ว จากนั้นนำท่านขึ้นรถโค้ช เดินทางสู่ในตัวเมืองลาซา...นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก เพื่อเก็บสัมภาระ ปรับสภาพร่างกายข้อแนะนำ ในการปรับสภาพร่างกาย  เวลาเข้าโรงแรมก็ควรพักผ่อน นอนดูทีวี เดินเล่น จิ๊บน้ำบ่อยๆ หายใจลึกๆ หาของขบเคี้ยวแบบหวานๆ อาทิเช่นพวกช็อคโกแลท จะช่วยให้ร่างกายได้ปรับตัวได้ดีขึ้น (เพราะถ้านอนหลับอย่างเดียว ร่างกายทำงานน้อย ออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายก็ยิ่งน้อยไปอีก) “นครลาซา” เมืองหลวงของทิเบต เป็นดินแดนสวรรค์บนฟ้าที่เรียกขานกันว่า “หลังคาโลก” ตั้งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 3,850 เมตร ออกซิเจนที่ลาซาจึงค่อนข้างจะบางเบา ทิเบตในปัจจุบันเป็นมณฑลหนึ่งขอประเทศจีนซึ่งทางประเทศจีนได้ใช้กำลังทหารจากเมืองเฉินตูบุกเข้ายึดครองทิเบตในปี ค.ศ. 1951 ทำให้ ดาไล ลามอพยพ ออกจากทิเบต พร้อมด้วยผู้ติดตามอีกประมาณ 5 หมื่นคนและได้ไปตั้งถิ่นฐานแห่งใหม่ของตนเองในประเทศอินเดีย…และจากนี่ท่านจะได้ชมและสัมผัสดินแดนแห่งหลังคาโลกท่ามกลางขุนเขาหิมาลัยและธงทิวแห่งมนตราปลิวไสวผ่านทิวทัศน์อันงดงามแปลกตา....

    20.00 น.  

    บริการอาหารค่ำที่ภัตตาคาร (4)

    ที่พักทิเบต HOTEL  BRAHMAPOTRA /คืนที่ 2  (4 ดาว) หรือเทียบเท่า
     

    คืนนี้ขอให้ท่านพักผ่อนให้เต็มที่เพื่อปรับสภาพร่างกาย ลาซาเป็นเมืองที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลมาก จึงมีแรงกดอากาศต่ำ มีออกซิเจนน้อย ร่างกายระยะแรกอาจมีอาการอ่อนเพลีย บางท่านอาจจะปวดศีรษะ มึนงง ทำให้อยากนอนอย่างเดียว (ห้ามทานยาที่ทำให้ง่วงนอน อย่างพวก ทิฟฟี่ ดีคอลเจน หรือยาแก้แพ้แก้ไข้ต่าง) และยังมีอาการท้องเสีย ท้องอืดหรือคลื่นไส้ อาเจียน จึงควรนอนพักผ่อนให้มากพอ เมื่อตื่นขึ้นมาจะได้สดชื่น สําคัญ ไม่ควรสูบบุหรี่และดื่มสุรา ไม่ควรอาบน้ำในคืนนี้ ถ้าอาบน้ำอย่าให้นานเกิน 5-10 นาที ยาที่ใช้บนที่สูงที่นิยมใช้กัน-DIAMOX ยานี้ช่วยเพิ่มการหายใจ ปวดศีรษะ มึนงง ยานี้ควารทานก่อนขึ้นที่ราบสูงประมาณ 24 ชั่วโมง และควรทานต่อเนื่องขณะอยู่บนที่สูง วันละ 2 ครั้ง หลังอาหารเช้า-เย็น(ครั้งละ ครึ่ง – 1เม็ด) ยานี้ห้ามคนที่แพ้ซัลฟานทานค่ะ-ยาหงจิ่นเทียน มีทั้งชนิดเม็ดและน้ำ เป็นยาที่นิยมใช้กันบนที่ราบสูงอีกชนิดหนึ่งและได้ผลค่อนข้างดี

    -ออกซิเจนกระป๋อง / ออกซิเจนน้ำ นักท่องเที่ยวชาวไทยนิยมชอบซื้อออกซิเจนกระป๋อง ตรงนี้มีไว้สัก 1 กระป๋องเอามานอนกอดเล่น แต่ไม่ใช่ว่าเอามาดมตลอดเวลา เพราะถ้าเอามาดมอยู่บ่อยๆมันจะทำให้ร่างกายปรับสภาพบนที่สูงไม่ได้ เราก็จะขาดออกซิเจนไม่ได้ มันจะมีปัญหาเวลานอน จะทำให้เรานอนไม่หลับ (ไม่ต้องนำจากเมืองไทยไปค่ะ ที่ลาซามีทุกโรงแรมบริการขายให้ค่ะไม่แพง)

  •   วันที่สาม พระราชวังโปตาลา – วัดต้าเจา(โจคัง) – ถนนแปดเหลี่ยม
    07.00 น.  
    บริการอาหารเช้าที่โรงแรม (5)
    08.00 น.  
    นำชม ตำหนักนอร์ปู้หลิงข่า อันเป็นพระราชวังฤดูร้อน คู่กันกับพระราชวังฤดูหนาวโปตาลา ความหมายเดิมของชื่อ นอร์ปู้หลิงฆา แปลว่า “สวนอัญมณี” สร้างขึ้นในช่วงหลังศตวรรษที่ 18 (ตรงกับปี พ.ศ. 2298 ก่อนกรุงศรีอยุธยาจะแตก 12 ปี) โดยดาไลลามะที่ 7 สมัยต่อๆ มา ดะไลลามะองค์อื่นๆ ได้สร้างต่อเติมส่วนของตนเองขึ้นมาเรื่อย ๆ แม้แต่ดาไล ลามะ องค์ที่ 14 ก็ยังได้ต่อเติมพระราชวังของตนเองก่อนที่จะหนีออกจากทิเบต ในบริเวณโถงรับรองมีบัลลังก์เทวราช และงานจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับประสบการณชีวิตในแง่มุมต่าง ๆ โดยมีกรอบเป็นภาพเขียนพุทธชาดก
    นำชม พระราชวังโปตาลา ตั้งอยู่บนยอดเขาแดงซึ่งมี  ความสูงประมาณ 117 เมตร  พระราชวังโปตาลา เป็นอาคารสูง 13 ชั้น ยาว 400 เมตร กว้าง 350 เมตร มีห้องต่าง ๆ เกือบ 1,000 ห้อง เริ่มสร้างเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 7 โดยกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ได้รวบรวมทิเบต ให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้สำเร็จ  คือ กษัตริย์ชองเซิน กัมโป  (Songtsen Gampo) แรกเริ่มต้องการเพียงจะ สร้างเป็นตำหนักให้แก่มเหสีชาวจีนและชาวเนปาลของพระองค์เอง ต่อมาทรงใช้ป้อม แห่งนี้ เป็นสถานที่ในการศึกษาพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้าจวบ จนกระทั่งสมัยเปลี่ยนการปกครอง เป็นพระลามะ เป็นผู้ปกครองประเทศ ปัจจุบันนี้ส่วนก่อสร้างเดิม 2 หลังนี้ยังคงเหลือให้เห็นอยู่ท่ามกลางสิ่งก่อสร้างใหม่ ที่ต่อเติม ในยุคหลัง  อาคารที่ต่อเติมในช่วงหลังนี้ ส่วนหลัก ๆ สร้างในสมัยของดาไล ลามะ ที่ 5 ประมาณ ปี ค.ศ. 1645 - 1693  (องค์ดาไลลามะ องค์ปัจจุบันคือ องค์ที่ 14)เพื่อให้เป็นพระราชวังฤดูหนาว พระราชวังโปตาลา แบ่งเป็น 3 ส่วน  คือ ส่วนของพระราชวังสีขาว, สีแดง และส่วนเชื่อมที่เป็นสีเหลืองพระราชวังสีขาว เป็นส่วนของสังฆาวาส  พระราชวัง สีแดงเป็นส่วนพุทธาวาสสำหรับใช้ทำกิจของสงฆ์  และบรรจุพระศพของ องค์ดาไลลามะ (ดาไล ลามะองค์ที่ 5,7,8,9,10,11, 12 และ 13)  และห้องสมุดที่ใช้สำหรับเก็บ พระไตรปิฎก
    12.30 น.  
    รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร (6)
    13.30 น.  
    นำชม วัดโจคัง (ภาษาจีนเรียก วัดต้าเจ้าซื่อ (Jokhang Temple) เป็นวัดที่ถือว่าเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวทิเบตทั้งมวล เพราะเมื่อมีพิธีถือศีลกัน พระลามะจำนวนมากก็จะเดินทางมารวมกันทำพิธีที่นี่  สร้างในสมัยของกษัตริย์ซองเซิน กัมโป (อยู่ในปีค.ศ.620-649  ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ที่รวมอาณาจักรทิเบตให้เป็นปึกแผ่น) เช่นกัน  เพื่อไว้เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูป ที่มเหสีชาวต่างชาติสององค์ของพระองค์ คือ ชาติจีน และเนปาล นำเข้ามายังทิเบต ศิลปะการก่อสร้างมีจุดเด่นตรงที่นำเอาศิลปะของ 4 ชาติมาผสมกันคือ ทิเบต จีน เนปาลและแคชเมียร์ มีตำนานเล่ากันว่า ก่อนที่กษัตริย์ซองเซิน กัมโป จะสร้างวัดต้าเจาซื่อ ได้อธิษฐานว่าพระองค์จะโยนแหวนขึ้นไปบนอากาศ หากแหวนนั้นตกลงที่ใดก็จะสร้างวัดลงตรงนั้น ปรากฎว่าแหวนลอยลงไปตกในสระน้ำกระทบกับหินที่โผล่ขึ้นมา ทันใดนั้นเอง นิมิตรของสถูปก็ปรากฏให้แก่คนทั่วไปได้เห็น จึงนับว่าเป็นนิมิตรที่ดี กษัตริย์ ซองเซิน กัมโป ก็เลยสร้างให้สร้างวัดลงตรงนั้นเอง ภายในวัดมีสิ่งสำคัญอยู่หลายสิ่งเป็นสิ่งที่เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์และความเชื่อถือในเรื่องไสยศาสตร์ อาทิเช่น รูปปั้นอนุสาวรีย์ ยา 2 เม็ด ที่สร้างเมื่อ 200 ปีก่อน บอกวิธีการรักษาโรคฝีดาษที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต แต่ปรากฎว่ารูปปั้นนี้ถูกผู้คนแอบแทะไปกินเพื่อรักษาโรคเสียแล้ว  นอกจากนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปที่พระนางเหวิน เฉิง นำมาจากประเทศจีนเมื่อ 1300 ปีก่อน  ซึ่งได้รับการกราบไหว้และยอมรับกันอย่างมากว่าศักดิ์สิทธิ์ที่สุด แม้แต่พวกขบวนการเรดการ์ด หรือกองทัพแดงที่ทำลายทุกอย่างตอนที่มีการปฏิวัติวัฒนธรรมจีนในประเทศจีน ยังไม่กล้าแตะต้องพระพุทธรูปองค์นี้เลย
    จากนั้นนำท่านออกมาเดินชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวทิเบตที่ ถนนฆอร์หรือ ถนนแปดเหลี่ยม ที่ล้อมรอบวัดโจคัง และอิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้ง ชื้อสินค้าพื้นเมืองอันหลากหลาย ถนนแปดเหลี่ยม เป็นแหล่งช้อปปิ้งคึกคักที่สุดและที่ใหญ่ที่สุดของเมืองลาซา
    19.00 น.  
    รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร (7) ที่พักทิเบต HOTEL BRAHMAPOTRA / คืนที่ 3  (4 ดาว) หรือเทียบเท่า
  •   วันที่สี่ อารามเซรา-ทะเลสาบ Yamdrok Tso ทะเลสาบสีเทอควอยซ์ แห่งสรวงสวรรค์
    07.00 น.  
    รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม  (8)
    08.00 น.  
    นำท่านชม อารามเซรา  (Sera Monastery) สร้างขึ้นเมื่อประมาณปี ค.ศ. 1419 โดยพระนิกายหมวกเหลือง ลูกศิษย์ของพระสังกัปปะ และได้ถูกทำลายใน ค.ศ. 1906 โดยประเทศจีน และได้ทำบูรณะใหม่ขึ้นใหม่อีกครั้งในภายหลัง อารามเซราตั้งอยู่ห่างจากเมืองลาซาไปทางทิศเหนือ 2 ไมล์ อารามเซราจัดเป็นวัดที่ใหญ่อันดับ 2 รองจากวัดเดรปุง มีพระอยู่ประจำมากกว่า 6000 รูป และมีวิทยาลัยใหญ่ 3 แห่งตั้งอยู่ในวัด เพื่อเป็นที่สำหรับสอบระดับเกเช่ นอกจากนี้อารามเซรา ยังเป็นที่เก็บสมบัติทางพุทธศาสนา เช่นพระคัมภีร์ที่เขียนด้วยหมึกสีทอง พระพุทธรูปที่ทำจากอัญมณีและหล่อจากทองเหลือง ทั้งที่เป็นศิลปะแบบทิเบตและศิลปะแบบอินเดีย และยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งก็คือ จะมีพระสงฆ์ปุจฉา วิสัชนาหลักธรรม ซึ่งจะมีให้เห็นกันเป็นปกติ และเป็นไปอย่างเผ็ดร้อน และนําท่านแวะ “ร้านหินทิเบต” ให้ท่านชมหินศักดิ์สิทธิ์และนําโชคของชาวทิเบตที่มีความเชื่อว่า หากท่านใดมีไว้ครอบครองแล้วจะได้รับแต่สิ่งดี ๆ ป้องกันอันตราย ให้ท่านได้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากหินเบตเพื่อเป็นของที่ระลึก
    12.30 น.  
    รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร (9)
    บ่าย          
    นำท่านออกเดินทางสู่ทะเลสาบที่สวยที่สุดของทิเบต ทะเลสาบ Yamdrok tso ทะเลสสาบสีเทอควอยซ์แห่งทิเบต เป็นหนึ่งในทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์สี่แห่งของทิเบต (อีก 3 แห่งคือ LHAMA LA-TSO, MANASAROVAR และ MAN-TSO) ทะเลสาบนี้เป็นแหล่งรวมน้ำจาก YARLUNG TSANGPO  หรือแม่น้ำพรหมบุตร (BRAHAMAPUTRA) ทะเลสปนี้มีสีฟ้าเป็นสีเทอควอยซ์ ที่มองไปกว้างไกลสุดตา.... สมควรคแก่เวลานำท่านออกเดินทางกลับนคาลาซา ชมวิวระหว่างเส้นทาง ซึ่งมีทิวทัศน์ที่สวยงามมากๆ
     
    19.00 น.  
    รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร (10) พักโรงแรมทิเบต HOTEL BRAHMAPOTRA / คืนที่ 4  (4 ดาว) หรือโรงแรมระดับเดียวกัน
    “สำคัญ”(*** กรุณาแยกกระเป๋าใบใหญ่ฝากขึ้นรถไฟส่งไปซีหนิงล๊อคแม่กุญแจให้เรียบร้อยทุกใบ /ส่วนกระเป๋าใบเล็กให้จัดเสื้อผ้าเท่าที่จำเป็นสำหรับค้างบนรถไฟ 1 คืน ***)
  •   วันที่ห้า ลาซา – รถไฟสายประวัติศาสตร์-ซีหนิง ผ่านชมวิวหลังคาโลก-ทะเลสาบนัมซัว-ลอดอุโมงค์เขาคุนหลุน-หลานโจว
    06.30 น.  
    รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม  (11)
    07.30 น.  
    นำท่านเดินทางสู่สถานีรถไฟเมืองลาซา
    08.50 น. (เวลาประมาณ)
    โดยรถไฟขบวนที่ K918 เดินทางสู่ ซีหนิง หลานโจว * พักตู้นอนวีไอพี ห้องละ 4 ท่าน (ตู้นอนชั้น1/ไม่มีห้องเดี่ยวบนรถไฟ) (บนรถไฟมีการควบคุมระดับออกซิเจนให้เหมือนกับอากาศปกติทั่วไป มีหมอและห้องพยาบาลบริการ)
    หมายเหตุ บนรถไฟมีการควบคุมระดับออกซิเจนให้เหมือนกับอากาศปกติทั่วไป มีหมอและห้องพยาบาลบริการ
    11.23 น.  (สถานีตังสง)
    รถไฟจอดให้ชมวิวในบริเวณ ทะเลสาบนัมซัว (สูงจากระดับน้ำทะเล 4,800 เมตร พื้นน้ำกว้าง 400 ตารางกม.)เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่มีระดับน้ำทะเลสูงสุดของโลก ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำสาละวิน ทะเลสาบตั้งอยู่ในใจกลางทุ่งหญ้าเชียงถัง มีสัตว์ป่าหลากหลายชนิดวิ่งอยู่บริเวณทะเลสาบ เช่น จามรี ลา ละมั่ง แพะเหลือง เสือดาวหิมะ ถ่ายรูปกับวิวทิวทัศน์สวยๆของทะเลสาบ ทุ่งหญ้าและภูเขาหิมะ
    12.00 น. 
    บริการอาหารกลางวันที่ห้องอาหารบนรถไฟ (12) รถไฟวิ่งผ่านอำเภอน่าจวี่ ผ่าน ทุ่งหญ้าเชียงถัง พื้นที่กว่า 6 แสนตารางกิโลเมตร และวิวทิวทัศน์ของภูเขาหิมะติดๆ กันยึดยาวไปตามเส้นทางรถไฟ
    12.28 น. (สถานีนาฉู)
    รถไฟผ่านเขาถังกู่ระ อันยิ่งใหญ่มโหฬาร ชม กาเซียร์เจียงเกินตี๋หรู อยู่บนเขาเก่อราตันตุง ยาว 14 กิโลเมตร ในช่องเขาถังกู่ระกาเซียร์สายนี้เป็นธารน้ำแข็งใหญ่รถไฟวิ่งผ่านอำเภอน่าจวี่ ผ่าน ทุ่งหญ้าเชียงถัง พื้นที่กว่า 6 แสนตารางกิโลเมตร และวิวทิวทัศน์ของภูเขาหิมะติดๆ กันยึดยาวไปตามเส้นทางรถไฟ
    13.50 น. (สถานีอันโต)
    รถไฟผ่าน เขาถังกู่ระ อันยิ่งใหญ่มโหฬาร ชม กาเซียร์เจียงเกินตี๋หรู อยู่บนเขาเก่อราตันตุง ยาว 14 กิโลเมตร ในช่องเขาถังกู่ระกาเซียร์สายนี้เป็นธารน้ำแข็งใหญ่สุดของเอเชีย เป็นต้นกำเนิดแม่น้ำแยงซีเกียง ช่องเขาแห่งนี้เป็นเส้นแบ่งเขตระหว่างทิเบตกับมณฑชิงไห่ รถไฟผ่าน แม่น้ำโทงเทียน (4,500 เมตร) ซึ่งเป็นแม่น้ำลือชื่อสุดในเรื่องไซอิ๋ว พระถังซ้ำจั๋งเดินทางไปเชิญพระไตรปิฎกจากประเทศอินเดียผ่านที่นี่ เป็นแม่น้ำสายแรกตอนบนแยงซีเกียงรถไฟ ลอดอุโมงค์เขาคุนลุน มีความยาว 1,686 เมตร สูงจากระดับน้ำทะเล 4,648 เมตร จากนั้นขบวนรถเลาะเลียบเขาเทวดาคุนลุ้นท่านจะมองเห็นภูเขาหิมะยู่ซู ตั้งอยุ่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเขาคุนลุ้น(ด้านซ้ายมือของรถไฟ)ยอดเขาแห่งนี้เป็นสถานที่ตั้งสำนักคุนลุ้น
    16.50 น. 
    รถไฟวิ่งผ่าน สวนอนุรักษ์สัตว์เขอเขอซีลี่ เป็นสวนอนุรักษ์สัตว์ป่าที่มีพื้นที่กว้างสุด มีระดับน้ำทะเลสูงสุดและมีสัตว์มากที่สุดของจีนมีเนื้อที่ 8.3 เมตร ตารางกิโลเมตร สูงจากระดับน้ำทะเล 5,000 เมตรขึ้นไป อากาศหนาวตลอดทั้งปี มีสัตว์ชนิดต่างๆ มากถึงกว่า 230ชนิด (ชาวทิเบตถือเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของจามรีป่า ลาป่า และละมั่งป่า) นั่งรถไฟผ่านสะพานลอยฟ้า ส่วนข้างล่างเป็นช่องวิ่งของสัตว์ท้องถิ่น บนรถไฟท่านสามารถมองเห็นสัตว์ต่างๆมากมาย ชมวิวธรรมชาติของธารน้ำแข็งระหว่างทาง
    18.30 น.  
    บริการอาหารค่ำที่ห้องอาหารบนรถไฟ (13)
    18.50 น.  
    รถไฟ ลอดอุโมงค์เขาคุนลุน มีความยาว 1,686 เมตร สูงจากระดับน้ำทะเล 4,648 เมตร จากนั้นขบวนรถเลาะเลียบเขาเทวดาคุนลุ้นท่านจะมองเห็นภูเขาหิมะยู่ซู ตั้งอยุ่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเขาคุนลุ้น(ด้านซ้ายมือของรถไฟ)ยอดเขาแห่งนี้เป็นสถานที่ตั้งสำนักคุนลุ้น เวลา
     
    23.25-23.50 น.(สถานีกอลมูด) เวลา 02.17-02.23 น.(สถานีเตลไฮ) เวลา06.43-07.03 น.(สถานีซีหนิง)  (พักค้างคืนบนรถไฟ)/คืนที่ 5 พักผ่อนกันตามอัธยาศัย...ราตรีสวัสดิ์รถไฟสาย Qinghai-Tibet มีต้นทางอยู่ที่เมืองซีหนิง (Xining) เมืองหลวงของมลฑลชิงไห่ (Qinghai) และสุดทางที่เมืองลาซา (Lhasa) เมืองหลวงของทิเบต ระยะทางรวม 1,957 กิโลเมตร เป็นเส้นทางรถไฟที่สูงที่สุดในโลก สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 5,072 เมตร เริ่มเปิดใช้บริการเมื่อปี 2006 ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 26 ชั่วโมง

     

  •   วันที่หก หลันโจว-สะพานจงซาน-อนุสาวรีย์มารดาแม่น้ำเหลือง-คุนหมิง(นั่งเครื่องภายใน)
    06.30 น.  
    รับประทานอาหารบนรถไฟ (14)
    09.45 น.  (สถานีหลันโจว)
    (เวลาประมาณ) รถไฟถึงสถานีเมืองหลันโจว“หลันโจวหรือหลานโจว” ตั้งอยู่ในหุบเขาริมที่ราบแคบๆอันเกิดจากแม่น้ำเหลือง เมืองนี้ถูกจัดตั้งขึ้นเพราะมีชัยภูมิที่ดีบนเส้นทางการค้าระหว่างจงหยวนและโลกตะวันตก และเมืองเอกของมณฑลกานซู่ เป็นจุดผ่านของเส้นทางสายไหมและเป็นเมืองอุตสาหกรรมปิโตรเลี่ยมและเครื่องจักรกลหนัก ...ตรวจรับสัมภาระ
    จากนั้นพาท่านเดินทางสู่โรงแรม อิสระให้นำท่านปฏิบัติภารกิจส่วนตัวที่โรงแรม..จนถึงเวลานัดหมาย .นำท่านช้อปปิ้งของฝากเมืองหลันโจว
    12.00 น.  
    บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (15) หลังอาหารนำท่านชม จงซานเถี่ยเฉียว เป็นสะพานแรกที่สร้างทอดข้ามแม่น้ำหวงเหอในประเทศจีนมีขนาดความกว้างประมาณ 8 เมตร มีความยาวทั้งสิ้นประมาณ 250 เมตร และชม อนุสาวรีย์มารดาแม่น้ำเหลือง “หวงเหอหมู่ชิง”
    17.30 น. 
    รับประทานอาหารเย็นที่ภัตตาคาร (16) สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่สนามบินหลันโจวเพื่อเดินทางไปคุนหมิง
    18.50 น. 
    เหินฟ้าทางสู่คุนหมิง โดยสายการบิน CHINA EASTERN เที่ยวบินที่ MU5093 (อาจมีการเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินและเวลาบิน
    21.05 น. 
    เดินทางถึงสนามบินคุนหมิง หลังตรวจรับสัมภาระแล้วทำท่านเดินทางสู่ที่พัก

    ที่พักเมืองคุนหมิง  HOTEL LONGWAY / คืนที่6 (4 ดาว) หรือเทียบเท่า

  •   วันที่เจ็ด คุนหมิง –วัดหยวนธง-ย่านถนนคนเดิน-กรุงเทพ
    07.00 น. 
    รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม (17)
    08.00 น. 
    นำท่าน ตำหนักทอง สร้างด้วยทองสัมฤทธิ์ ทั้งหลังสวยงามตระการตา ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือเมื่อสมัยราชวงศ์หมิง  ปี ค.ศ. 1602 เดิมเป็นวัดศาสนาเต๋า
    จากนั้นนำท่าน ถนนคนเดิน จินปี้ลู่ หรือ ถนน ม้าทอง ไก่มรกต แห่ง นครคุนหมิง มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ถนนจินปี้ลู่ “ย่านการ ค้าที่มีเอกลักษณ์จีน” ถนนจินปี้ลู่อยู่ในใจกลางเมืองคุน-หมิง เนื่องจากตอนกลางของถนนมีซุ้มประตูม้าทองและซุ้มประตูไก่มรกตซึ่งภาษาจีนเรียกว่าจินหม่าและปี้จีจึงเอาคำย่อ “จินปี้”มาขนานนามถนนว่าจินปี้ลู่ซึ่งก็คือ“ถนน(ม้า)ทอง(ไก่)มรกต” ซุ้มจินหม่าและซุ้มปี้จีเริ่มสร้างขึ้นในรัชศกซวเต๋อราชวงศ์หมิง ถึงปัจจุบันนี้มีประวัติร่วม 400 ปี ในถนนย่านการค้าแห่งนี้ เป็นแหล่งเสื้อผ้าแบรนด์เนมทั้งของจีนและต่างประเทศ เครื่องประดับอัญมณีชั้นเยี่ยม ร้านเครื่องดื่ม ร้านอาหารพื้นเมือง และร้านขายของที่ระลึก ฯลฯ พร้อมกันนี้ ยังมีสโมสรออกกำลังกาย ซอยบาร์เหล้า สวนสนุก ซูเปอร์มาร์เก็ต รถไฟขนาดจิ๋วชมวิวและสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ในฐานะเป็น “ถนนย่านการค้าที่มีเอกลักษณ์ของจีน” ถนนจินปี้ลู่ได้นำวัฒนธรรมยอดนิยมกับการค้ายอดนิยมผสานกันได้อย่างกลมกลืน กลายเป็นศูนย์กลางแห่งกระแสความทันสมัย เพื่อที่จะผลักดันและนำกระแสบริโภคและอุปโภคของผู้คนในนครคุนหมิงตลอดจนประชาชนทั่วมณฑลยูนนาน
    13.00 น. 
    บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (18)
    14.00 น. 
    นำท่านท่านเดินทางสู่สนามบินนานาชาติเมืองคุณหมิง อำลาเมืองคุณหมิง
    16.10 น. 
    ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสายการบิน CHINA EASTERN AIRLINES เที่ยวบินที่ MU5077
    17.40 น.          
    ถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิ์ภาพพร้อมความประทับใจ
  •   อัตราค่าบริการรวม

     - ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ (ตั๋วกรุ๊ป)                            

    - ค่าน้ำหนักกระเป๋าไม่เกิน 20  กก.

    - ค่าที่พักโรงแรม (2ท่าน/ห้อง) 

    - ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง

    - ค่าวีซ่าปกติ 4 วันทำการ                                    

    - บัตรเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ ตามรายการ          

    - อาหารครบทุกมื้อตามรายการ                          

    - ค่าประกันอุบัติเหตุทุกที่นั่งๆ วงเงินท่านละ 1,000,000 บาท
  •   อัตราค่าบริการไม่รวม
    - ค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่าง ๆ อาทิ ค่าโทรศัพท์, ค่าอาหารและเครื่องดื่มนอกรายการ  เป็นต้น.
    - ค่าทิปไกด์และคนขับรถท้องถิ่น
    - ค่าน้ำหนักเกิน 20  ก.ก. / ค่าบริการ 3% กรณีจ่ายบัตรเครดิต
    - ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3 %และ ภาษีนักท่องเที่ยว ( ถ้ามี )
    - ค่าทิปไกด์ท้องถิ่นและคนขับรถ ขั้นต่ำ20หยวน/วัน/ลูกค้าหนึ่งท่าน 
63,900 THB / Person
DOWNLOAD PDF

BOOKING TOUR

Adults

Children

* Prices for person

TIBET
7 วัน 6 คืน

ทิเบต หลังคาโลก

ลมหายใจแห่งภูผา...มนตราแห่งกงล้อภาวนา Highest Railway in the World ลาซา - รถไฟสายประวัติศาตร์ - ซีหนิง - หลันโจว
INDIA
8 วัน 6 คืน

Chaming รัฐราชาสถาน

รัฐราชาสถาน...ดินแดนฟ้าจรดทราย ท่องดินแดนมหาราชา....เยือน...เมืองโรแมนติกแห่งดินแดนโรตี แคว้นราชาสถานแห่งอินเดีย...กับอารยธรรมกลางทะเลทราย
INDIA
8 วัน 6 คืน

สังเวชนียสถาน อินเดีย-เนปาล

นำท่านจาริกธรรม บำเพ็ญบุญ ตามรอยบาทพระศาสดา ณ ประเทศอินเดีย-เนปาล นมัสการพุทธสังเวชนียสถานทั้ง 4 ประสูติ-ตรัสรู้-ปฐมเทศนา-ปรินิพพาน
NEPAL
5 วัน 4 คืน

ไฮไลท์...เนปาล...

กาฐมัณฑุ-ปาทัน(ลลิตาปูร์)-ปัคตาปูร์-นากาก๊อต-โภครา “เนปาลดินแดนในฝัน ที่งดงามด้วยต้นแบบศิลปะและวัฒนธรรมที่งดงามอีกทั้งเอกลักษณ์ที่โดดเด่นชัดเจน สถาปัตยกรรมไม้ที่สืบทอดนับพันปี และวิถีชีวิตที่ยังคงความดั้งเดิม ”