himalayanholidays@yahoo.com

02-2357583-4, 02-2357572

จันทร์-วันศุกร์ 09.00 - 18.00 น. / เสาร์ 09.00 - 14.00 น

INDIA


ทัชมาฮาล-อัครา-ชัยปุระ

สามเหลี่ยมวัฒนธรรม

*** ทัชมาฮา-อัครา-ชัยปุระ 4 วัน 2 คืน ***

เยือนอัคระ 
ความงามทัชมาฮาล สิ่งมหัศจรรย์ของโลก และศิลปะชั้นเอกของยุคราชวงศ์โมกุล ณ พระราชวังอัคระฟอร์ด

เยือนชัยปุระ 
เมืองหลวงแห่งรัฐราชสถาน เมืองแห่งสีชมพูชม มหาราชวัง ที่ใหญ่โต พระราชวังแอมเบอร์ฟอร์ด ซิตี้พาเลส ฮาวามาฮาล

 

โดยสายการบินสไปท์เจ็ท SG

อัตราค่าบริการ (โปรแกรทัชมาฮาล-อัครา-ชัยปุระ 4 วัน 2 คืน) เนื่องจากเป็นตั๋วราคาพิเศษจึงไม่สามารถ REFUND ได้

กำหนดเดินทาง

ผู้ใหญ่/ท่าน
(ห้องละ 2-3 ท่าน)

พักเดี่ยวเพิ่ม

10-13 ส.ค. 2560
21-24 ก.ย. 2560
19-22 ต.ค. 2560
21,900.-  2,500.- 
16-19 พ.ย. 2560
07-10 ธ.ค. 2560
21,900.- 2,500.-

 

ใหญ่ (12 ปี ขึ้นไป) ขอสงวนสิทธิ์ในการออกทัวร์กรณีมีผู้เดินทางไม่ถึง 15 + ท่าน

 

 

GALLERY

PACKAGE DETAIL

  •   วันที่-1 กรุงเทพ - ชัยปุระ
    19.00 น.                 
    คณะเดินทางพร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 2 แถว D เคาน์เตอร์ สายการบิน ไทยสมายล์ แอร์เวย์ (WE) โดยเจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้กับทุกท่าน
    กระเป๋าเล็กถือติดตัวขึ้นเครื่องบิน กรุณางดนำของมีคม ทุกชนิด เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บทุกขนาด ตะไบเล็บ เป็นต้น กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ห้ามนำติดตัวขึ้นเครื่องบิน วัตถุที่เป็นลักษณะของเหลว อาทิ ครีม โลชั่นน้ำหอมยาสีฟัน เจลสเปรย์ และเหล้าเป็นต้น จะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้งโดยจะอนุญาตให้ไม่เกิน10ชิ้นในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100 ml.
    22.05น.                
    สู่เมืองชัยปุระโดยสายการบินไทยสมายล์แอร์เวย์(WE)เที่ยวบินที่WE337(ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชม.)
    01.15 น.                 
    ถึงท่าอากาศยานนานาชาติ เมืองชัยปุระ(JAIPUR)ตามเวลาท้องถิ่น ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและตรวจรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว
    จากนั้น
    ออกเดินทางจากสนามบินเข้าสู่ที่พักพักผ่อนตามอัธยาศัย
    ที่พัก ณ The Fern Hotel ( JAIPUR) หรือเทียบเท่า 
  •   วันที่สอง -2 เมืองชัยปุระ-ป้อมปราการแอมเบอร์ -ซิตี้พาเลส-ชมหอดูดาวจันตาร์มันตาร์-อัครา
    06.30 น.                  
    รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม 
    07.30 น.                  
    นำท่านขึ้นรถจิ๊บและ ชมป้อมปราการแอมเบอร์ (AmberFort) หรือพระราชวังแอมเบอร์ (Amber)
      
     
    พระราชวังแอมเบอร์ฟอร์ท เดิมเคยเป็นราชธานีของเมืองชัยปุระ สร้างอยู่บนเนินเขาสูงตรงตำแหน่งเดิมที่เคยเป็นตำแหน่งเดิมที่เคยเป็นป้อมปราการเก่าในศตวรรษที่ 11 มาก่อน สร้างขึ้นโดยมหาราชาแมนสิงห์ ใน ปี ค.ศ. 1592 และเสร็จสิ้นลงในสมัยของมหาราชาใจสิงห์ ป้อมแห่งนี้เป็นต้นแบบที่ดีของสถาปัตยกรรมแบบราชปุต (Rajput) นอกจากนี้ในสมัยก่อนด้านล่างของป้อมยังเป็นทะเลสาบ จึงเป็นปราการสำคัญเพื่อป้องกันข้าศึกได้อีกชั้น ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของราชวงศ์กาญจวาหา อยู่หลายร้อยปี ก่อนมหาราชาสะหวายจัย ซิงห์ที่ 2 จะตัดสินใจย้ายลงไปสร้างเมืองใหม่ยังชัยปุระ ภายในพระราช วังแอมเบอร์ฟอร์ท ระกอบด้วยพระตำหนักต่างๆ ที่เปิดให้นักท่อง เที่ยวเข้าชม ซึ่งส่วนใหญ่จะสร้างในสมัยของมหาราชามาน ซิงห์ (Maharaja Man Singh) ใน ปี ค.ศ. 1592และได้มีการขยายต่อเติมโดยมหาราชาองค์ต่อๆมา
    นำท่านแวะชมและถ่ายรูป พระราชวังกลางน้ำ จาร์ มาฮาล
      
     
    สถาปัตยกรรมอลังการแห่งอินเดียกับ พระราชวังน้ำ “Water Palace” ซึ่งตั้งเด่นสง่าอยู่กลางน้ำ พระราชวังกลางน้ำซึ่งตั้งเด่นสง่าอยู่กลางทะเลสาบมันสกา (Man Sagar)สร้างขึ้นเมื่อไม่กี่ศตวรรษที่ผ่านมา ตั้งอยู่ใจกลางทะเลสาบแมนซาการ์ ที่ถูกล้อมรอบด้วยภูเขาอราวัลลี เป็นทำเลที่ดีที่สุดในเมือง เพราะสามารถเห็นวิวได้โดยรอบพระราชวัง และตัวพระราชวังก็จะสะท้อนกับผืนน้ำเพิ่มความงดงามให้มากขึ้น โดยเฉพาะในเวลากลางคืนที่จะมีแสงสะท้อนอย่างเห็นได้ชัด ในส่วนของพระราชวังนั้นมองภายนอกจะเห็นเพียงแค่สองชั้น แต่ความจริงแล้วที่นี่มีชั้นซ่อนอยู่ด้านล่างใต้น้ำอีกด้วยพระราชวังถูกสร้างครั้งแรกเพื่อจุดประสงค์เป็นที่พักผ่อนตากอากาศของพระราชา เพื่อเสด็จล่าสัตว์ ในบริเวณดังกล่าว แต่ในช่วงศตวรรษที่ 18 กษัตริย์แห่งอาร์เมอร์ได้ตัดสินใจสร้างเขื่อนล้อมรอบระหว่างภูเขาเพื่อป้องกันน้ำท่วม และตอนนั้นเองที่ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจนท่วมส่วนหนึ่งของพระราชวัง ปัจจุบันที่นี่อนุญาตให้ผู้คนเข้าชมได้โดยทางเรือเท่านั้น และภายในวังยังมีภาพวาดที่ได้รับการดูแลรักษาอย่างดี สถาปัตยกรรมภายนอกและภายในรวมถึงระเบียง มีการก่อสร้างอย่างวิจิตรงดงาม เป็นพระราชวังกลางน้ำอันสุดตา และถือเป็นสมบัติที่สมบูรณ์อีกแห่งหนึ่งในประเทศ
    เที่ยง                  
    รับประทานอาหารกลางวัน ณ โรงแรม  
    บ่าย                   
    ชม พระราชวังหลวง“City Palace
      
     
    ซึ่งพระราชวังแห่งนี้เป็นที่ประทับของมหาราชาองค์ปัจจุบัน ซึ่งภายในมีหอดาราศาสตร์  ยันตระ มันตระของมหาราชา ไสว สิงห์ที่ 2 ผู้สร้างเมืองชัยปุระและ พิพิธภัณฑ์ ของมหาราชาแห่งชัยปุระในยุคก่อนๆ อาทิ พรม ภาพเขียน และที่โดนเด่นมากที่สุดคือ ฉลองพระองค์ของมหาราชา มโธ สิงห์ที่ 1 ที่มีขนาดใหญ่มากและฉลองพระองค์ปักดิ้นทองของมหาราณีที่หนักเกือบ 10 กิโลกรัม รวมถึงหม้อเงินใบยักษ์ 2 ใบ หนักราว 345 กม. สถาปัตยกรรมของพระราชวังแห่งนี้ผสมผสานกันระหว่างราชวงค์ชัยปุระกับโมกุล นิยมใช้หินอ่อนแกะสลักลวยลายปราณีตบรรจง อาทิ นกยูง ดอกไม้ และพระพิฆเนศได้อย่างอ่อนช้อย
    ภายในชมพระตำหนักมูบารักมาฮาล (Mumarak Mahal) หรือเวลคัมพาเลซ (welcome Palace)
     
    โดยพระตำหนักมูบารักมาฮาลสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1899 เพื่อรับรองแขกบ้านแขกเมืองมีความโดดเด่นตรงการแกะสลักเสาหินอ่อนและประตูที่ทำแบบเท่ากันทุกสัดส่วน โดยตัวอาคารเป็นการผสมผสานกันระหว่างสถาปัตยกรรมแบบราชปุต อิสลาม และอังกฤษ ปัจจุบัน ตำหนักแห่งนี้ ใช้เป็นพิพิธภัณฑ์แสดงเครื่องแต่งกายของมหาราชาและมหารานีในแต่ละยุคนั้น เช่นกระโปรงปักด้วยดิ้นทอง เสื้อคลุมของมหาราชา ฯลฯ นอกจากนี้ ยังมีข้าวของเครื่องใช้ล้ำค่าในวังอีกหลายชิ้น
    จากนั้น    ชมหอดูดาวจันตาร์มันตาร์( JantarMantar)
      
     
    จัดว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองชัยปุระโดยได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกในปี ค..2010 สร้างและคิดค้นขึ้นโดยมหาราชาสะหวายจัย สิงห์ที่ 2 ด้วยทรงมีความสนพระทัยและพระปรีชาในเรื่องดาราศาสตร์จึงได้ทรงรับสั่งให้สร้างหอดูดาวแห่งนี้ขึ้นมาพร้อมๆกับการก่อสร้างพระราชวังซิตี้พาเลซเพื่อใช้ดูความเคลื่อนไหวของพระอาทิตย์พระจันทร์
    จากนั้น   เดินทางสู่ เมืองอัครา (ระยะทางประมาณ 250 กม. ประมาณ 4-5  ชั่วโมงแล้วแต่สภาพการจราจร)
     
    ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงสำคัญของอินเดียในยุคศตวรรษที่ 16 ตั้งอยู่ริมฝั่งของแม่น้ำยมุนา นับเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่สุดเป็นอันดับสามของรัฐอุตรประเทศ เมืองอักรา มีชื่อเสียงโด่งดัง จากสถาปัตยกรรมที่เป็นอนุสรณ์แห่งความรักอันยิ่งใหญ่ “ทัชมาฮาล” ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดี นอกจากนั้นเมืองอักรายังเป็นที่ตั้งของ
    ป้อมอักรา (Agra Fort)  หรือ ป้อมแดงแห่งอักรา (Red Fort of Agra)
     
    ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 1983 และเป็นหนึ่งในแหล่งมรดกโลกหลายๆ แห่งของอินเดีย
    20.00 น.   
    รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก
    ที่พัก ณ SAROVAR Premium Crystal Inn( Agra) หรือเทียบเท่า 
  •   วันที่สาม -3 เมืองอัคราอัครา (ทัชมาฮาล -อัคราฟอร์ท)-เมืองชัยปุระ
    06.30 น.                  
    รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม 
    07.30 น.                 
    นำท่านชมทัชมาฮาล
     
    สิ่งมหัศจรรย์ของโลก สุสานหินอ่อนที่ผู้คนเชื่อว่าเป็นสถาปัตยกรรมแห่งความรักที่สวยที่สุดในโลกสร้างขึ้นโดยสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโมกุลผู้มีรักมั่นคงต่อพระมเหสีของพระองค์....ทัชมาฮาลถูกพิจารณาให้เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคใหม่ ซึ่งตั้งอยู่ในสวนริมฝั่งแม่น้ำยมุนา ในเมืองอาครา ส่วนที่มีชื่อเสียงที่สุด คือ หลุมศพของพระนางมุมตัซ มาฮาล ซึ่งถูกสร้างด้วยหินอ่อนสีขาว ศิลาแลง ประดับลวดลายเครื่องเพชร พลอย หิน โมราและเครื่องประดับจากมิตรประเทศ ได้รับคำรับรองว่าสร้างขึ้นด้วยสัดส่วนที่วิจิตรและงดงามที่สุด กว้างยาวด้านละ 100 เมตร สูง 60 เมตร มีผู้สร้างและออกแบบร่วม 20,000 คน การก่อสร้างกินเวลานานถึง 22 ปี ทัชมาฮาลมีเนื้อที่ประมาณ 42 เอเคอร์ เป็นที่ตั้งของมัสยิด มีหออาซาน (หอสูงสำหรับร้องแจ้งเวลาทำนมาซ) และมีสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ นายช่างที่ออกแบบ ชื่อ อุสตาด ไอซา ถูกประหารชีวิตเพื่อมิให้ไปออกแบบสถาปัตยกรรมใด ๆ ที่สวยกว่าได้
    จากนั้น     ชมพระราชวังอัคราฟอร์ด   Agra Fort ป้อมปราการหินทรายแดง มรดกโลกของเมืองอัครา
      
     
    เป็นป้อมปราการประจำเมืองซึ่งสร้างเป็นกำแพงหินทรายสีแดง ตั้งตระหง่านสวยงาม ด้วยสถาปัตยกรรมแบบอัคระ พระเจ้าอัคบาร์สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1565 และสร้างต่อเติมกันเรื่อยมาจนถึงรุ่นหลานคือ พระเจ้าชาร์เจฮาน กษัตริย์องค์ที่ 5 ของราชวงศ์โมกุล ซึ่งปรับเปลี่ยนจากป้อมปราการทางทหารมาเป็นพระราชวัง มีกำแพงสูงกว่า 20 เมตร และยาว 2.5 กิโลเมตร ภายในอัคราฟอร์ดมีห้องสวยงามที่สร้างด้วยหินอ่อนแกะสลักฝังโดยรอบ โดยเฉพาะห้องมุขแปดเหลี่ยม ซึ่งเป็นห้องที่มีความสำคัญที่สุดภายในพระราชวังแห่งนี้และภายในห้องนี้ท่านจะได้พบกับสถานที่ที่กษัตริย์ชาร์จาฮาถูกลูกชายจับมาขังไว้จนสิ้นพระชนน์ พระองค์ถูกกักขังอยู่ถึง 8 ปี จนกระทั่งสวรรคตในปี ค.ศ. 1666 ตามตำนานกล่าวว่าให้วันสุดท้ายของชีวิตพระองค์ใช้เวลาทั้งวันในการจ้องมองเศษกระจกที่สะท้อนภาพของทัชมาฮาล และสิ้นพระชนม์ด้วยเศษกระจกในกำมือ พระองค์ถูกฝังในทัชมาฮาล เคียงข้างพระมเหสีซึ่งพระองค์ไม่เคยลืม มีบางคนกล่าวว่าสมเด็จพระจักรพรรดิชาห์ชะฮัน มิได้ประสงค์ที่จะถูกฝังร่วมกับประมเหสี แต่พระองค์มีแผนการที่จะสร้างสุสานอีกแห่งด้วยหินอ่อนสีดำ เพื่อเป็นสุสานของพระองค์ แต่ผู้รู้หลายท่านเชื่อว่าพระองค์ประสงค์ที่จะถูกฝังเคียงข้างพระนางมุมตัซ มาฮาล
    จากนั้น    นำท่าน ช้อปปิ้งสินค้าหัตถกรรม และงานฝีมือพื้นเมือง อาทิเช่นผ้าไหมอินเดียเครื่องประดับ อัญมณี ไม้จันทร์หอมแกะสลัก ผลิตภัณฑ์จากหินอ่อน ของตกแต่งประดับบ้าน
    12.30 น.       
    รับประทานอาหารกลางวัน ณ โรงแรม 
    13.30 น.             
    บ่ายสมควรแก่เวลาเดินทางสู่ เมืองชัยปุระ (ระยะทางประมาณ 250 กม. ประมาณ 4-5  ชั่วโมง)
     
    เป็นเมืองหลวงของแคว้นราชสถาน ทางตะวันตกของอินเดีย สร้างขึ้นตั้งแต่เมื่อปีค.ศ.1728 โดยมหาราชา สะหวายจัย สิงห์ที่ 2 ตัวเมืองถูกออกแบบวางผังให้เป็นเสมือนเมืองแห่งเทพเจ้า เป็นเมืองแห่งพระอาทิตย์ตามแผนภูมิของจักรวาลโดยมีพระราชวังชัยปุระอันงดงามเป็นแกนกลางแห่งจักรวาลนั่นเอง
    จากนั้น       พระราชวังแห่งสายลม “Hawa Mahal
      
     
    (ถ่ายรูปด้านนอก) โดยถอดแบบมาจากรูปทรงของมงกุฏพระนารายณ์ โดยมีสิ่งก่อสร้างที่โดดเด่นคือ บริเวณด้านหน้าอาคารมีหน้าบันสูงห้าชั้นและมีลักษณะคล้ายรังผึ้ง ซึ่งประกอบด้วยหน้าต่างขนาดเล็กตกแต่งด้วยลวดลายฉลุเป็นช่องลมจำนวน 953 บาน โดยลายฉลุนั้นมีเพื่อนางในวังสามารถมองทะลุออกมาเห็นชีวิตภายนอกบนท้องถนนได้โดยไม่มีใครสังเกตเห็นจากด้านนอก เนื่องจากนางในเหล่านั้นต้องมีความเคร่งครัดในการคลุม “ปูร์ดาห์” (หรือ ผ้าคลุมหน้า)พระราชวังแห่งนี้สร้างโดยหินทรายสีชมพูอิสระช้อปปิ้งสินค้าเมืองราชสถาน ณ ตลาดฮาวามาฮาลบาซาร์ (Hawa Mahal Bazaar)
      
     
    ให้ท่านช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมือง อาทิ กำไร สร้อยคอ เสื้อผ้า ต่างๆมากมาย แบบชาวราชาสถาน
    20.00 น.   
    รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
    จากนั้น สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่สนามบินเมืองชัยปุระเพื่อเดินทางสู่กรุงเทพฯ
    02.15 น.            
    ออกเดินทางสู่ กรุงเทพ ฯโดยสายการบิน ไทยสมายล์ แอร์เวย์ (WE) เที่ยวบินที่ WE338 
  •   วันที่สี่ -4 กรุงเทพฯ
    08.15 น.                
    เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ 
  •   อัตราค่าบริการนี้รวม
    ค่าตั๋วโดยสารเครื่องบินชั้นประหยัดเส้นทาง ตามรายการระบุ
    ค่าภาษีสนามบิน ค่าประกันสายการบินและภาษีน้ำมันของสายการบิน
    ค่าโรงแรมที่พัก ตามที่ระบุในรายการหรือเทียบเท่า (2-3 ท่านต่อหนึ่งห้อง)
    ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ/ค่าอาหารทุกมื้อ/ค่ารถรับส่งและระหว่างการนำเที่ยว ตามรายการระบุ
    ค่าประกันภัยการเดินทางวงเงิน 1 ล้านบาท ต่อท่าน (วงรักษาพยาบาลเงินไม่เกินห้าแสนบาทต่อครั้ง) แต่ทั้งนี้ย่อมอยู่ในข้อจำกัดที่มีการตกลงไว้กับบริษัทประกันชีวิต
    ค่าธรรมเนียมวีซ่าสำหรับหนังสือเดินทางไทย ยื่นแบบออนไลน์เท่านั้น (ไม่ต้องโชว์ตัว)
     
  •   อัตราค่าบริการไม่รวม
    ค่าจัดทำหนังสือเดินทาง (PASSPORT) และค่าทำใบอนุญาตที่กลับเข้าประเทศของคนต่างชาติ หรือ คนต่างด้าว
    ค่าใช้จ่ายอื่นๆนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในรายการและค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่างๆ เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ฯลฯ
    ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (ถ้ามี)
    ค่าวีซ่าที่มีค่าธรรมเนียมแพงกว่าหนังสือเดินทางไทย
    ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% (กรณีออกใบกำกับภาษี)
    ค่าธรรมเนียมการชำระเงินด้วยบัตรเครดิต VISA 3% AMEX 4%
    ค่าน้ำหนักเกินพิกัดตามสายการบินกำหนด 20 กิโลกรัม
    ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น,พนักงานขับรถ วันละ  5USD/วัน/ท่าน รวม 7วัน
    ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย ทิปหัวหน้าทัวร์แล้วแต่ความพึงพอใจในบริการของท่าน
    ค่าบริการยกกระเป๋าในโรงแรมและสนามบิน ซึ่งท่านจะต้องดูแลกระเป๋าและทรัพย์สินด้วยตัวท่านเอง 
21,900 THB / Person
DOWNLOAD PDF

BOOKING TOUR

Adults

Children

* Prices for person

TIBET
7 วัน 6 คืน

ทิเบต หลังคาโลก

ลมหายใจแห่งภูผา...มนตราแห่งกงล้อภาวนา Highest Railway in the World ลาซา - รถไฟสายประวัติศาตร์ - ซีหนิง - หลันโจว
INDIA
8 วัน 6 คืน

Chaming รัฐราชาสถาน

รัฐราชาสถาน...ดินแดนฟ้าจรดทราย ท่องดินแดนมหาราชา....เยือน...เมืองโรแมนติกแห่งดินแดนโรตี แคว้นราชาสถานแห่งอินเดีย...กับอารยธรรมกลางทะเลทราย
INDIA
8 วัน 6 คืน

สังเวชนียสถาน อินเดีย-เนปาล

นำท่านจาริกธรรม บำเพ็ญบุญ ตามรอยบาทพระศาสดา ณ ประเทศอินเดีย-เนปาล นมัสการพุทธสังเวชนียสถานทั้ง 4 ประสูติ-ตรัสรู้-ปฐมเทศนา-ปรินิพพาน
NEPAL
5 วัน 4 คืน

ไฮไลท์...เนปาล...

กาฐมัณฑุ-ปาทัน(ลลิตาปูร์)-ปัคตาปูร์-นากาก๊อต-โภครา “เนปาลดินแดนในฝัน ที่งดงามด้วยต้นแบบศิลปะและวัฒนธรรมที่งดงามอีกทั้งเอกลักษณ์ที่โดดเด่นชัดเจน สถาปัตยกรรมไม้ที่สืบทอดนับพันปี และวิถีชีวิตที่ยังคงความดั้งเดิม ”